moonlightkzตั้งแต่การเปิดตัว พอร์ต USB ในปี ค.ศ. 1996 (พ.ศ. 2539) สายเชื่อมต่อ USB ได้รับการพัฒนาทั้งรูปร่างหน้าตา และประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง ในอดีตผู้ใช้งานมักประสบปัญหาความสับสนเกี่ยวกับพอร์ตเชื่อมต่อที่มีอยู่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความเร็วที่ไม่เท่ากัน รวมถึงการที่ต้องใช้สายสัญญาณแยกกันสำหรับการรับส่งข้อมูล (Data), การต่อหน้าจอแสดงผล (Display) และการจ่ายพลังงาน (Power Delivery)
เพื่อแก้ปัญหาความกระจัดกระจายและสร้างมาตรฐานกลางที่มีประสิทธิภาพสูง USB Implementers Forum (USB-IF) จึงได้ประกาศเปิดตัวมาตรฐาน USB4 ขึ้นในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2019 (พ.ศ. 2562) ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไอทีในปัจจุบัน ...
USB4 สะกดโดยไม่มีเว้นวรรคระหว่าง "USB" และ "4" คือข้อกำหนดทางเทคนิค ของสถาปัตยกรรมสื่อสารข้อมูลรุ่นล่าสุด โดยมีจุดเด่นคือ การรวมความสามารถของการส่งข้อมูล, การแสดงผลวิดีโอ/เสียง และการจ่ายไฟไว้ในสายเส้นเดียวผ่านพอร์ต USB-C เท่านั้น คุณลักษณะที่สำคัญของ USB4 มีดังนี้
รองรับอัตราการส่งข้อมูลพื้นฐานที่ 20 Gbps และ 40 Gbps ใน USB4 เวอร์ชัน 1.0 และได้รับการอัปเกรดให้สูงถึง 80 Gbps หรือสูงสุด 120 Gbps แบบ Asymmetric ใน USB4 เวอร์ชัน 2.0
USB4 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับหัวต่อและ พอร์ต USB-C เท่านั้น ไม่รองรับหัวต่อทรงสี่เหลี่ยมแบบ USB-A รุ่นเก่า
อุปกรณ์ USB4 ส่วนใหญ่รองรับมาตรฐาน USB Power Delivery ที่จ่ายไฟได้สูงสุด 100W และรองรับได้ถึง 240W ตามมาตรฐาน PD 3.1
สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์รุ่นเก่าอย่าง USB 3.2, USB 2.0 รวมถึง Thunderbolt 3 ได้
หัวใจสำคัญที่ทำให้ USB4 แตกต่างจาก USB รุ่นก่อน ๆ คือ เทคนิคการส่งข้อมูลแบบการสร้างอุโมงค์ โปรโตคอล (Protocol) (Protocol Tunneling)

ภาพจาก : https://www.techpowerup.com/review/usb4-guide-info-technology-details/2.html
ใน USB รุ่นเก่า เช่น USB 3.2 หากมีการส่งข้อมูลวิดีโอผ่าน DisplayPort Alt Mode ระบบจะทำการแบ่งแบนด์วิดท์ เช่น แบ่ง 50% ให้วิดีโอ และ 50% ให้ข้อมูล แต่ USB4 จะมองการเชื่อมต่อทั้งหมดเป็น "อุโมงค์สัญญาณ" (Tunnel) ที่สามารถรวมโปรโตคอลที่แตกต่างกันให้วิ่งผ่านสายสัญญาณความเร็วสูงเส้นเดียวกันได้อย่างอิสระ
USB4 มีระบบ Router ภายในที่ทำหน้าที่จัดการแบนด์วิดท์แบบไดนามิก ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ต่อจอภาพ ความละเอียด 4K ที่ใช้แบนด์วิดท์ 10 Gbps บนสาย USB4 ความเร็ว 40 Gbps ระบบจะจัดสรรแบนด์วิดท์ที่เหลืออีก 30 Gbps ให้กับการโอนถ่ายไฟล์ผ่าน โซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) พกพาโดยอัตโนมัติ
ผู้ใช้หลายคนมักสับสน และเรียกทั้งสองคำนี้แทนกัน แต่ในความเป็นจริง "USB-C คือรูปร่างของหัวต่อ" ส่วน "USB4 คือโปรโตคอลมาตรฐานการส่งข้อมูล"
| คุณลักษณะ | USB-C (USB Type-C) | USB4 |
| ประเภท | ชนิดของขั้วต่อ/พอร์ต | มาตรฐานข้อกำหนดเทคโนโลยี |
| ลักษณะทางกายภาพ | หัวเชื่อมต่อทรงรี ขนาดเล็ก เสียบสลับด้านได้ มี 24 พิน | ไม่มีรูปร่างในตัวเอง ต้องทำงานบนพอร์ต USB-C เท่านั้น |
| หน้าที่ | เป็นตัวกลางทางกายภาพสำหรับเสียบสาย | กำหนดความเร็ว, แบนด์วิดท์ และเทคโนโลยีการส่งข้อมูลภายในสาย |
| การเปรียบเทียบ | เปรียบเหมือน "ถนน" หรือ "ตัวรถ" | เปรียบเหมือน "ความเร็วของเครื่องยนต์" ที่วิ่งอยู่บนถนน |
สรุปง่าย ๆพอร์ต USB-C ไม่จำเป็นต้องเป็น USB4 อาจเป็น USB 3.2 หรือ USB 2.0 ก็ได้แต่พอร์ต USB4 ทุกพอร์ต จะต้องเป็น USB-C เท่านั้น
ทั้ง USB4 และ Thunderbolt 4 ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีรากฐานมาจากสถาปัตยกรรมเดียวกัน นั่นก็คือ Thunderbolt 3 มันใช้หัวต่อ USB-C เหมือนกัน และทำความเร็วสูงสุดได้ 40 Gbps เท่ากันอีกด้วย แต่ว่ามันมีความแตกต่างกันในเรื่อง "ข้อกำหนดขั้นต่ำ" และ "การรับรองมาตรฐาน (Certification)"
| คุณลักษณะ | USB4 | Thunderbolt 4 |
| เจ้าของ / ผู้ดูแล | USB-IF | Intel |
| ความเร็วขั้นต่ำที่รองรับ | 20 Gbps และ 40 Gbps | บังคับ 40 Gbps |
| การเชื่อมต่อจอภาพขั้นต่ำ | รองรับอย่างน้อย 1 จอ | ต้องรองรับ 4K อย่างน้อย 2 จอ หรือ 8K 1 จอ |
| การจ่ายไฟขั้นต่ำ (สำหรับโน้ตบุ๊ก) | 7.5 Watts | 15 Watts |
| การรองรับ PCIe Tunneling | เป็นตัวเลือกเสริม (Optional) | บังคับให้ต้องรองรับ |
| การเข้ากันได้กับ Thunderbolt 3 | เป็นตัวเลือกเสริม (Optional) | บังคับให้ต้องรองรับ |
| ค่าธรรมเนียม / การรับรอง | ไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ (Open Standard) | ต้องผ่านการตรวจสอบ และรับรองจาก Intel |
สรุปความแตกต่าง
การพัฒนาของ USB4 เกิดจากการบูรณาการเทคโนโลยีระหว่างองค์กรกลางด้านมาตรฐาน และภาคเอกชนอย่าง Intel โดยมีความเป็นมาดังนี้
ปี ค.ศ. 2014 - 2015 (พ.ศ. 2553 - 2558)
หลังจากทาง USB-IF เปิดตัว USB-C ต่อมาในปี ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 255) ทาง Intel ได้ปรับเปลี่ยนพอร์ตของ Thunderbolt 3 มาใช้ USB-C พร้อมทำความเร็วได้สูงถึง 40 Gbps
ปี ค.ศ. 2019 (พ.ศ. 2562) มีนาคม
Intel ประกาศเปิดให้ผู้ผลิตใช้ข้อกำหนดโปรโตคอล Thunderbolt 3 ได้โดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ (Royalty-free) เพื่อนำไปเป็นรากฐานในการพัฒนามาตรฐาน USB ของยุคถัดไป
ปี ค.ศ. 2019 (พ.ศ. 2562) สิงหาคม
USB-IF เผยแพร่ข้อกำหนดมาตรฐาน USB4 เวอร์ชัน 1.0 อย่างเป็นทางการ โดยรองรับเทคโนโลยีส่งข้อมูลแบบ Tunneling และความเร็วสูงสุด 40 Gbps
ปี ค.ศ. 2020 พ.ศ. 2563
ผู้ผลิตเริ่มใส่พอร์ต USB4 ลงในผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ เช่น Apple M1 MacBooks และคอมพิวเตอร์พกพารุ่นใหม่ ๆ
ปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) ตุลาคม
USB-IF อัปเกรดสเปกเป็น USB4 Version 2.0 เพิ่มความเร็วสูงสุดถึง 80 Gbps และส่งข้อมูลแบบทิศทางเดียวได้สูงสุด 120 Gbps เพื่อรองรับการแสดงผลของยุคถัดไป
มาตรฐาน USB4 ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่รวมเอาความสามารถอันยอดเยี่ยมของเทคโนโลยี Thunderbolt 3 เข้ากับมาตรฐานเปิดที่ไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ ด้วยเทคโนโลยี Protocol Tunneling ทำให้พอร์ต USB-C พอร์ตเดียวบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้สามารถรับส่งข้อมูลความเร็วสูง, ส่งสัญญาณภาพความละเอียดสูงระดับ 4K/8K, ต่อการ์ดจอภายนอก และชาร์จพลังงานไฟพร้อมกันได้อย่างราบรื่น
แม้อุปกรณ์ USB4 ในท้องตลาดจะมีข้อกำหนดความเร็วที่แตกต่างกันระหว่าง 20 Gbps และ 40 Gbps รวมถึงสเปกใหม่ 80 Gbps แต่ความสามารถในการเข้ากันได้ย้อนหลังและการจัดการแบนด์วิดท์ที่ชาญฉลาด จะทำให้ USB4 กลายเป็นพอร์ตมาตรฐานหลักของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน
คำสำคัญ »
|
|
แอดมินสายเปื่อย ชอบลองอะไรใหม่ไปเรื่อยๆ รักแมว และเสียงเพลงเป็นพิเศษ |