แชร์หน้าเว็บนี้ :
วิธีลงทะเบียน "เราเที่ยวด้วยกัน" และเงื่อนไขการใช้สิทธิ์สำหรับประชาชนทั่วไป โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เป็นแคมเปนจ์ หรือ โครงการของรัฐบาลที่ร่างขึ้นมาเพื่อหวังว่ามันจะช่วยเพิ่มสภาพความคล่องทางการเงินภายในประเทศได้ โครงการนี้ได้ให้การช่วยเหลือทั้งประชาชนทั่วไปในการสนับสนุนเงินท่องเที่ยว และช่วยเหลือ ผู้ประกอบการต่างๆ (ร้านอาหาร, โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยว) ในการสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจในองค์รวม
โดยสำหรับประชาชนทั่วไปจะสามารถเข้าไปลงทะเบียนรับสิทธิจาก โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ได้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) เป็นต้นไป และสามารถใช้สิทธิได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) (วันสิ้นสุดโครงการ)
สิทธิที่จะได้รับจากโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ภาพจาก : https://www.xn--12c1bik6bbd8ab6hd1b5jc6jta.com/assets/banner/banner-rtdg.jpg
สิทธิที่ 1 รับเงินสนับสนุนค่าที่พัก 40% (จำกัด 5,000,000 สิทธิ) สิทธิส่วนลดค่าที่พักนี้จะสามารถใช้เป็นส่วนลดได้สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้อง/คืน และสามารถใช้สิทธิลดค่าที่พักได้สูงสุด 5 ห้อง/คืน ต่อคน)
สิทธิที่ 2 คูปองส่วนลดค่าอาหาร/ท่องเที่ยว 40% (มูลค่า 600 บาท ต่อวัน) คูปองนี้สามารถใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ โดยผู้รับสิทธิจะได้รับคูปองหลังจาก Check-in เข้าพักในโรงแรมตามที่ได้จองเอาไว้ก่อนหน้านี้
สิทธิที่ 3 คืนเงินค่าตั๋วเครื่องบิน 40% (จำกัด 2,000,000 สิทธิ) สามารถใช้เป็นส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบินในการบินไปท่องเที่ยวได้สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อที่นั่ง โดยจะต้องจองตั๋วเครื่องบินที่อยู่ภูมิภาคเดียวกันกับจังหวัดที่จองห้องพักเอาไว้เท่านั้น และสามารถใช้สิทธิส่วนลดตั๋วเครื่องบินได้ห้องพักละ 2 ที่นั่ง ตามจำนวนห้องพักที่เข้าพักจริง (รวมสูงสุดไม่เกิน 10 ที่นั่ง) สำหรับค่าตั๋วเครื่องบินจะสามารถลงทะเบียนรับสิทธิได้ “หลังจาก Check-out” ออกจากที่พักแล้ว
เงื่อนไขการรับสิทธิ และการลงทะเบียนรับสิทธิโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" เงื่อนไขการรับสิทธิ ผู้ที่ลงทะเบียนขอรับสิทธิโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” จะต้องเป็นบุคคล สัญชาติไทย ที่มีบัตรประจำตัวประชาชน และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียนขอรับสิทธิ
การลงทะเบียนรับสิทธิ* เข้าสู่หน้าเว็บไซต์โครงการ (www.เราเที่ยวด้วยกัน.com) และกดไปที่เมนู “ลงทะเบียนรับสิทธิสำหรับประชาชน” (ด้านมุมขวาบนของเว็บไซต์ หรือภายในหน้าเว็บไซต์) เลือกที่ “ลงทะเบียนรับสิทธิท่องเที่ยว” ระบบจะพาไปยังหน้าเว็บไซต์การลงทะเบียน อ่านข้อตกลงและเงื่อนไขการลงทะเบียนใช้สิทธิและกด “ยอมรับ” กรอกข้อมูลส่วนตัวให้ตรงตามหน้าบัตรประชาชน, เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้เพื่อรับ OTP (หากเคยมี G-Wallet อยู่ก่อนแล้วแนะนำให้ใช้เบอร์เดิมเพื่อสะดวกในการยืนยันตัวตนบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง) และอีเมล (ไม่บังคับ) ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและยืนยันการลงทะเบียน จากนั้นกรอกรหัส OTP ที่ได้รับ (SMS บนมือถือ) และกดยืนยัน เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้นให้รอผลการลงทะเบียนผ่าน SMS ภายใน 3 วัน * หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนและเบอร์โทรศัพท์สามารถใช้ลงทะเบียนได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หากกรอกหมายเลขซ้ำระบบจะไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนรับสิทธิ
ยืนยันการใช้สิทธิโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เมื่อลงทะเบียนรับสิทธิของโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" และได้ SMS ยืนยันเรียบร้อยแล้ว ให้เข้าไปยืนยันตัวตนและเปิดใช้งาน G-Wallet เพื่อยืนยันการใช้สิทธิบนแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
ผู้ที่เคยใช้งาน G-Wallet มาก่อนและยังใช้เบอร์มือถือเดิม ให้เปิดแอปพลิเคชันเป๋าตังขึ้นมา จากนั้นเข้าสู่ระบบและกดเข้าใช้งาน G-Wallet เมื่อกดยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการและกรอกเบอร์มือถือเดิมเพื่อรับ OTP ยืนยันการลงเบียนและกรอกรหัส OTP ที่ได้รับเรียบร้อยก็จะก็จะสามารถใช้สิทธิโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ได้แล้ว
การใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตังและ G-Wallet
สำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตังมาก่อนก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทั้งจาก Google Play Store และ App Store โดยแอปพลิเคชันนี้จะรองรับบนระบบปฏิบัติการ Android (เวอร์ชัน 5.0 ขึ้นไป) และ iOS (เวอร์ชัน 9.0 ขึ้นไป)
การลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตังและเปิดใช้ G-Wallet ลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตังโดยการกรอกเบอร์มือถือเพื่อรับรหัส OTP ยืนยันการเข้าระบบ จากนั้นกรอกรหัส OTP ที่ได้รับทาง SMS อ่านเงื่อนไขและข้อตกลงการใช้บริการและกด “ยอมรับ” กำหนดรหัส PIN (ตัวเลข) 6 หลัก เพื่อใช้เป็นรหัสผ่านการเข้าใช้งาน และยืนยันรหัส PIN เลือกบริการ “G-Wallet” และกดไปที่ “เข้าใช้งาน G-Wallet” อ่านเงื่อนไขการใช้บริการและยินยอมการให้ข้อมูลส่วนบุคคลและกด “ยอมรับ” เลือกวิธีการยืนยันตัวตน โดยสามารถเลือกยืนยันตัวตนผ่านบัญชี Krungthai NEXT (แอปพลิเคชันของธนาคารกรุงไทย) หรือเลือกยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนก็ได้เช่นกัน สำหรับผู้ที่ยืนยันตัวตนผ่าน Krungthai NEXT ให้กดที่เมนูและใส่รหัส PIN เพื่อเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT จากนั้นเลือก “เปิดใช้งาน G-Wallet” เพื่อรับรหัส OTP (รหัสจะถูกส่งเข้าไปยังเบอร์มือถือที่ผูกกับ Krungthai NEXT) และกรอกรหัส OTP ที่ได้รับ ก็จะสามารถใช้งาน G-Wallet และใช้สิทธิ “เราเที่ยวด้วยกัน” ได้แล้ว
ส่วนผู้ที่เลือกยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนก็จะต้องสแกนหน้าบัตรและกรอกข้อมูลบัตรประชาชนให้ตรงกับหน้าบัตร จากนั้นกดรับรหัส OTP (รหัสจะถูกส่งเข้าไปยังเบอร์มือถือที่ลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตัง) เมื่อกรอกรหัส OTP ที่ได้รับแล้วก็จะต้องสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน (หน้าตรงกับในบัตรประชาชน) เมื่อระบบดำเนินการเสร็จก็จะสามารถใช้งาน G-Wallet และใช้สิทธิ “เราเที่ยวด้วยกัน” ได้แล้ว
การเติมเงิน G-Wallet และเพิ่มบัตรเครดิตในแอปพลิเคชันเป๋าตัง ผู้ที่ใช้สิทธิ “เราเที่ยวด้วยกัน” จะต้องใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น โดยจะสามารถเลือกได้ทั้งการเติมเงินเข้า G-Wallet และการตัดเงินผ่านบัตรเครดิต/เดบิต
การเติมเงินเข้า G-Wallet
เติมเงินเข้าระบบผ่าน Mobile Banking (ใช้งานได้ทุกธนาคาร) เมื่อกดเลือกธนาคารที่ต้องการก็จะปรากฏรหัส G-Wallet ขึ้นมา ให้กด “คัดลอก” รหัส และไปที่เมนูเติมเงิน (E-Wallet / Top-Up) ของธนาคารนั้นๆ และวางรหัส G-Wallet เพื่อทำการเติมเงินเข้าระบบ เติมเงินเข้าระบบผ่าน QR PromptPay เมื่อเลือกเติมเงินผ่าน PromptPay ระบบจะปรากฎ QR Code ขึ้นมาให้บันทึกเพื่อทำรายการต่อในแอปพลิเคชันธนาคาร (สามารถนำเอา QR Codw PromptPay นี่ไปสแกนเพื่อเติมเงินเข้า G-Wallet ได้ทุกธนาคาร) เติมเงินเข้าระบบผ่านตู้ ATM ธนาคาร ไปที่ตู้ ATM และเลือกที่รายการ “เติมเงินพร้อมเพย์” จากนั้นกดรหัส G-Wallet ID (15 หลัก) และระบุจำนวนเงินที่ต้องการเติมเข้า G-Wallet การเพิ่มบัตรเครดิต/เดบิตในแอปพลิเคชันเป๋าตัง* เข้าไปที่แอปพลิเคชันเป๋าตังและเลือกเมนู “เพิ่มบัตรเครดิต” จากนั้นกด “+ เพิ่มบัตรเครดิต/เดบิต” และกรอกข้อมูลบัตรเครดิต (เลขบัตร, ชื่อ, วันหมดอายุ และ CVV) จากนั้นผู้ให้บริการบัตรเครดิตจะดำเนินการส่งเลข OTP ไปยังเบอร์มือถือที่เจ้าของบัตรให้ไว้กับทางธนาคาร เมื่อยืนยันสำเร็จก็จะปรากฎข้อความขึ้นว่า “เพิ่มบัตรสำเร็จ” และสามารถใช้งานบัตรผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้แล้ว
* แอปพลิเคชันเป๋าตังและโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” นี้จะรองรับเฉพาะบัตร VISA, MasterCard, JCB และ Local Debit Card ในประเทศเท่านั้น
เงื่อนไขการใช้งานโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" จะสามารถใช้สิทธิจองห้องพัก ตั๋วเครื่องบิน และส่วนลดค่าอาหาร ที่พัก หรือสถานที่ท่องเที่ยวภายในประเทศไทยตามที่ลงทะเบียนไว้ได้ ทุกจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัดตามทะเบียนบ้านของผู้ขอรับสิทธิ และจะต้องทำการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังตลอดการใช้สิทธิโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เท่านั้น
เราจะสามารถตรวจเช็ครายชื่อของที่พัก, ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวที่ลงทะเบียนไว้ได้ที่
https://search-merchant.xn--12c1bik6bbd8ab6hd1b5jc6jta.com/
การจองห้องพัก สามารถจองห้องพักได้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) ไปจนถึงวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) (วันจองห้องพักวันสุดท้าย) และเข้าพักวันแรกได้ในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) ไปจนถึง 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) (วัน Check-out วันสุดท้ายตามเงื่อนไขของโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน”)
โดยจะต้องทำการจองห้องพัก “ล่วงหน้าก่อนเข้าพัก 3 วัน” และ “ไม่สามารถยกเลิกการจองหรือเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง” สำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถจองห้องพักได้ 2 ช่องทาง ดังนี้
จองผ่านโรงแรมโดยตรง สามารถจองได้ทั้งบนเว็บไซต์ของโรงแรม, ผ่านโซเชียลมีเดีย (เช่น Facebook หรือ Line ของโรงแรมโดยตรง) และการจองผ่านโทรศัพท์
ติดต่อโรงแรมและแจ้งข้อมูลการจอง (วัน-เวลาเข้าพัก จำนวนคน) เมื่อโรงแรมดำเนินการเสร็จเรียบร้อยจะมีการแจ้งเตือนเข้ามาที่แอปพลิเคชันเป๋าตังให้ทำการชำระเงิน ตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องของข้อมูลการจองและสิทธิที่ได้รับ ชำระเงินและรับคูปองเพื่อเข้า Check-in โรงแรมผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จองผ่าน OTA (Online Travel Agency) สำหรับการจองที่พักผ่าน OTA นี้ ในเบื้องต้นโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” อนุญาตให้ทำการจองอ่านผ่าน Agoda เพียงเท่านั้น
เข้าเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน Agoda กรอกข้อมูลรายละเอียดการจองห้องพัก เลือกช่องทางการชำระเงินและดำเนินการชำระเงินให้ OTA รับคูปองเพื่อเข้า Check-in โรงแรมผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง การใช้งานคูปองส่วนลดค่าอาหาร/ท่องเที่ยว ผู้ที่ลงทะเบียนรับสิทธิโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” จะได้รับคูปองส่วนลดค่าอาหาร/ท่องเที่ยวแบบอัตโนมัติหลังจาก Check-in เข้าที่พักที่จองไว้ก่อนหน้านี้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยเมื่อเดินทางถึงที่พักที่จองเอาไว้จะต้องเข้าไปกด “เช็คอินเพื่อรับคูปองอาหาร/ท่องเที่ยว” และแสดง QR Code ที่ปรากฏขึ้นให้ทางโรงแรมยืนยันการเข้าพัก จากนั้นระบบจะส่งคูปองส่วนลดให้ภายในเวลา 17:00 น. ของวันที่เช็คอินเข้าพัก
โดยผู้เข้าพักจะได้รับคูปองวันละ 1 ครั้งต่อห้องพัก 1 ห้อง โดยจะสามารถใช้ได้ที่ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการก่อนเวลา 23:59 น. ของวันที่ Check-out ออกจากที่พัก
การใช้งานคูปองส่วนลดนี้จะต้องชำระเงินค่าอาหารหรือค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเท่านั้น
กด “ใช้คูปองอาหาร/ท่องเที่ยว” ภายในแอปพลิเคชันเป๋าตัง เลือกที่เมนู “สแกน QR Code เพื่อใช้คูปอง” เพื่อให้ร้านค้ายืนยันการใช้งานคูปองส่วนลด ระบบจะแสดงยอดเงินที่ต้องชำระโดยหักส่วนลดจากคูปองไป 40% (ชำระค่าเข้า/อาหาร 60% ของยอดทั้งหมด) และจะสามารถใช้คูปองได้เรื่อยๆ จนกว่าจะครบยอด 600 บาทที่กำหนดไว้ เลือกช่องทางการชำระเงิน โดยจะสามารถเลือกได้ทั้งการชำระผ่าน G-Wallet ที่เราเติมเงินเข้าไป หรือชำระผ่านบัตรเครดิต/เดบิต ยืนยันและดำเนินการชำระเงิน การขอรับสิทธิคืนเงินค่าตั๋วเครื่องบิน ผู้ที่ลงทะเบียนคืนเงินค่าตั๋วเครื่องบินจะต้องเป็นผู้ที่จองโรงแรมผ่านโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” โดยในเบื้องต้นจะต้องสำรองจ่ายค่าตั๋วเต็มจำนวนไปก่อน และต้องมีการเดินทางในเที่ยวบินนั้นๆ และเข้าพักในโรงแรมที่จองเอาไว้กับโครงการจริง เพราะจะสามารถ ลงทะเบียนรับสิทธิได้ “หลังจาก Check-out” ออกจากที่พักแล้วเท่านั้น
โดยสามารถรับสิทธิคืนเงินค่าตั๋วเครื่องบินได้ทั้งตั๋วเที่ยวเดียวและตั๋วไป-กลับ แต่ต้องเป็นการจองตั๋วเครื่องบินที่อยู่ภูมิภาคเดียวกันกับจังหวัดที่จองห้องพักเอาไว้ และวันที่เดินทางไปหรือกลับจะต้องไม่ห่างจากวัน Check-in และ Check-out โรงแรมที่จองผ่านโครงการไม่เกิน 5 วัน และการเดินทางกลับจะต้องอยู่ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2563
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความประสงค์จะใช้สิทธิโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ก็ควรพิจารณาถึงสถานที่ที่ต้องการจะไปเที่ยวให้ดีก่อนตัดสินใจจองที่พักหรือตั๋วเครื่องบินด้วยเช่นกัน เพราะถึงแม้ว่าในช่วงนี้การท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาฟื้นคืนในบางพื้นที่ แต่การรวมกลุ่มกันไปเที่ยวในพื้นที่เดียวกันจำนวนมากก็สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้
ที่มา : www.xn--12c1bik6bbd8ab6hd1b5jc6jta.com , www.xn--12c1bik6bbd8ab6hd1b5jc6jta.com