moonlightkzในยุคที่ภาพถ่ายมีความละเอียดสูงขึ้นเรื่อย ๆ นั่นหมายความว่าตัวไฟล์ก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย แต่ในการแชร์ไฟล์ หรือนำไฟล์ไปใช้งานต่อ ผู้ใช้ย่อมต้องการทั้งความเร็ว และคุณภาพ ฟอร์แมตภาพแบบดั้งเดิมอย่าง ไฟล์ JPEG เริ่มมีข้อจำกัดในการนำไปใช้งานต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Dynamic Range, ความคมชัด และขนาดไฟล์ที่ใหญ่เกินไป เมื่อเทียบกับความต้องการของผู้ใช้งานยุคใหม่
นี่คือจุดที่ JPEG XL (JXL) ได้เข้ามาเป็นตัวเปลี่ยนเกม มันถูกออกแบบมาเพื่อเป็นฟอร์แมตรุ่นใหม่ที่แก้ปัญหาของฟอร์แมต JPEG เดิม โดยให้คุณภาพสูงกว่า รองรับทั้ง Lossy Compression และ Lossless Compression และยังสามารถรวมความสามารถของ JPEG + RAW ไว้ในไฟล์เดียวได้ ทำให้ในการใช้งานไม่จำเป็นต้องเก็บไฟล์ภาพหลายเวอร์ชันอีกต่อไป
บทความนี้ มารู้จักกับฟอร์แมต JPEG XL ว่ามันคืออะไร ? แตกต่าง และดีกว่าฟอร์แมตดั้งเดิมอย่าง JPEG อย่างไรบ้าง ?

ภาพจาก : https://jpegxl.info/
ฟอร์แมต JPEG XL หรือเรียกสั้นๆ ว่า JXL เป็นรูปแบบไฟล์ภาพที่รองรับการบีบอัดข้อมูลทั้งแบบ Lossy (สูญเสียรายละเอียดบางส่วน) และ Lossless (ไม่สูญเสียรายละเอียดเลย) โดยไฟล์ฟอร์แมตนี้เกิดจากการพัฒนาร่วมกันระหว่างกลุ่ม Joint Photographic Experts Group (JPEG), Google และ Cloudinary อีกทั้งยังเป็นมาตรฐานแบบเปิดที่ใช้งานได้ฟรี ตามข้อกำหนด ISO/IEC 18181
JPEG XL เป็นฟอร์แมตที่มีคุณสมบัติหลากหลาย และได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษสำหรับการแสดงผลบนหน้าเว็บไซต์แบบ Responsive ช่วยให้การแสดงผลเนื้อหาออกมาดีไม่ว่าจะแสดงผลบนอุปกรณ์หน้าจอขนาดไหนก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติใหม่เพิ่มเข้ามาหลายอย่างที่ถูกยกระดับจากฟอร์แมตดั้งเดิมอย่าง JPEG อีกด้วย
ฟอร์แมต JPEG XL ในทางเทคนิคแล้ว จะสามารถลดขนาดไฟล์ได้ประมาณ 60% เมื่อเทียบกับฟอร์แมต JPEG ที่มีคุณภาพการแสดงผลเท่ากัน โดยลดลง 20% สำหรับการแปลง JPEG แบบไม่สูญเสียข้อมูล (Lossless Transcoding) และเล็กกว่าฟอร์แมตของ ไฟล์ PNG ประมาณ 35% หรือ 50% สำหรับภาพ HDR ซึ่งถือว่าเป็นการลดขนาดที่มีนัยสำคัญมาก และที่สำคัญ JPEG XL ยังรองรับการทำงานย้อนหลัง (Backwards Compatible) ได้อีกด้วย

ภาพจาก : https://jpegxl.info/
ฟอร์แมต JPEG XL ถูกออกแบบมาด้วยหลักเกณฑ์ 3 ประการ คือ
ฟอร์แมต JPEG XL มีคุณสมบัติที่มุ่งเน้นทั้งการส่งข้อมูลผ่านเว็บไซต์อยู่หลายอย่าง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติสำหรับการแก้ไขภาพ และการพิมพ์ดิจิทัล เช่น การรองรับหลายเลเยอร์ (Layers), ระบบสี CMYK ฯลฯ
โดยคุณสมบัติหลักมีดังนี้

ภาพจาก : https://petapixel.com/2024/10/02/jpeg-xl-what-it-is-and-why-you-should-care/
Jon Sneyers จากบริษัท Cloudinary ได้เผยแพร่ฟอร์แมต Free Lossless Image Format (FLIF) โดยใช้มันเป็นพื้นฐานสำหรับการสร้างมาตรฐานที่เรียกว่า Free Universal Image Format (FUIF) ซึ่งสิ่งนี้ ในภายหลังได้นำไปสู่โหมด "Modular" ของ JPEG XL
ทีมวิจัยด้านการบีบอัดข้อมูลของ Google ที่เมืองซูริก ได้เผยแพร่ฟอร์แมต PIK ซึ่งเป็นต้นแบบของโหมดการเข้ารหัสแบบ Frequency Transform
กลุ่ม Joint Photographic Experts Group (JTC1 / SC29 / WG1) ได้ประกาศเชิญชวนให้ผู้สร้างเทคโนโลยีส่งข้อเสนอสำหรับฟอร์แมต JPEG XL มาตรฐานการเข้ารหัสภาพรุ่นถัดไป โดยในเดือนกันยายน ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) มีข้อเสนอถูกส่งเข้ามาทั้งหมด 7 ฉบับ ซึ่งคณะกรรมการได้เลือก 2 ฉบับ และมันได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาฟอร์แมตใหม่ คือ FUIF และ PIK
ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2019 (พ.ศ. 2562) คณะกรรมการได้ผสมผสานระหว่าง PIK ของ Google และ FUIF ของ Cloudinary เข้าด้วยกันออกมาเป็นฟอร์แมต JPEG XL รูปแบบไฟล์ และระบบการเข้ารหัสหลัก ได้รับการรับรองเป็นมาตรฐานอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564)
ปัจจุบันนี้ ฟอร์แมต JPEG XL รองรับการใช้งานบน Safari, อุปกรณ์ รุ่นล่าสุดของ Apple ทั้งหมด, ลีนุกซ์ (Linux), และซอฟต์แวร์กราฟิกอย่างเช่น GIMP, Krita Studio และ Adobe Lightroom ฯลฯ
ถ้าฟอร์แมต JPEG XL ดีขนาดนั้น ทำไมมันถึงยังไม่ถูกใช้งานกันอย่างแพร่หลาย หนำซ้ำ ในปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) Chrome ยังได้ถอดการรองรับ JPEG XL ออกไปอีกต่างหาก เพราะพวกเขาไม่คิดว่ามันจะเป็นอนาคต หนึ่งในผู้สร้าง JPEG XL อย่าง Jon Sneyers ได้เผยว่าการตัดสินใจนั้นเกิดขึ้นหลังจากผลการทดสอบบางอย่าง ซึ่งทำให้นักพัฒนามองว่าไม่คุ้มที่จะพัฒนาให้มันรองรับ
และเนื่องจาก Chrome เป็น เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด การที่ Google ไม่สนับสนุนจึงทำให้การประยุกต์ใช้ฟอร์แมต JPEG XL เป็นไปอย่างล่าช้า จนกระทั่ง ภายหลัง Apple ได้เพิ่มการรองรับฟอร์แมต JPEG XL บนอุปกรณ์ของบริษัท ความนิยมถึงได้เพิ่มมากขึ้น
คำสำคัญ »
|
|
แอดมินสายเปื่อย ชอบลองอะไรใหม่ไปเรื่อยๆ รักแมว และเสียงเพลงเป็นพิเศษ |