ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี
       
   สมัครสมาชิก   เข้าสู่ระบบ
THAIWARE.COM | ทิปส์ไอที
 

10 เหตุผลที่ควรมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นติดบ้าน (10 Reasons you should have a Robot Vacuum Cleaner)

10 เหตุผลที่ควรมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นติดบ้าน (10 Reasons you should have a Robot Vacuum Cleaner)

เมื่อ :
|  ผู้เข้าชม : 7,930
เขียนโดย :
0 10+%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99+%2810+Reasons+you+should+have+a+Robot+Vacuum+Cleaner%29
A- A+
แชร์หน้าเว็บนี้ :

10 เหตุผลที่ควรมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่น (Robot Vacuum Cleaner) ติดบ้าน

การกวาดพื้น หรือดูดฝุ่น บ้าน/ห้องพัก เป็นงานบ้านที่ค่อนข้างจะน่าเบื่อ และหมดเปลืองเวลาอันมีค่าในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แทนที่จะได้นอนดูซีรีส์สบาย ๆ หรือออกไปเที่ยวนอกบ้าน ก็ต้องมาลำบากกับการจับไม้กวาด จับเครื่องฝุ่นเดินไปทั่วบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีอาการแพ้ฝุ่น ก็ต้องบอกว่าการกวาดบ้านเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนุกเอาซะเลย ด้วยเหตุนี้สิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า หุ่นยนต์ดูดฝุ่น (Robot Vacuum Cleaner) จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกเพื่อทำงานบ้านที่แสนจะน่าเบื่อแทนเรา ดังนั้นเรามาทำความรู้จักเจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นไปพร้อม ๆ กัน

เนื้อหาภายในบทความ

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นคืออะไร ?
(What is Robot Vacuum Cleaner ?)

10 เหตุผลที่ควรมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นติดบ้าน (10 Reasons you should have a Robot Vacuum Cleaner)

หน้าที่หลักของเจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่น คือการทำความสะอาดพื้นบ้านแทนเรา ลักษณะโดยทั่วไปของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นจะมีตัวเครื่องเป็นทรงกลม หรือทรงออกไปทางเหลี่ยมเล็กน้อย (ขึ้นอยู่กับการออกแบบ) ความสูงของตัวหุ่นไม่มาก เพื่อให้สามารถเดินมุดเข้าไปทำความสะอาดใต้เตียง หรือใต้โต๊ะเตี้ย ๆ ได้ มันมีล้อขนาดเล็กเพื่อการเดินไปดูดฝุ่นทำความสะอาดรอบ ๆ ห้อง

และไม่ได้มีเพียงความสามารถในการดูดฝุ่น เพราะหุ่นยนต์บางรุ่นก็มีความสามารถในการถูพื้นติดตัวมาด้วย อย่างเช่น หุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่น ECOVACS DEEBOT OZMO 920 ที่มีการติดตั้งผ้าถูพื้นพร้อมถังน้ำในตัวหุ่น เพื่อการดูดฝุ่นและถูพื้นในขั้นตอนเดียว ทำให้พื้นบ้านปราศจากฝุ่นขึ้นมาอีกระดับ

ในส่วนของหุ่นยนด์ดูดฝุ่นที่มีความน่าสนใจในการออกแบบคือ แบรนด์ iRobot ที่มีการแยกฟังก์ชันการถูพื้นออกมาเป็น หุ่นยนต์ในตระกูล iRobot Braava อย่างเช่นรุ่น iRobot Braava Jet m6 ที่ทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในตระกูล iRobot Roomba ซึ่งเป็นการทำงานประสานกัน โดยที่ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba จะออกเดินทำความสะอาดพื้นบ้านก่อน เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะเดินกลับแท่นชาร์จ แล้วให้หุ่นยนต์ถูพื้น iRobot Braava เดินออกมาถูพื้นบ้านจนครบพื้นที่

ข้อควรรู้ ! : หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ไม่สามารถทดแทนการใช้เครื่องดูดฝุ่นได้ 100% เพราะพลังความแรงในการดูดฝุ่นยังไม่เทียบเท่าเครื่องดูดฝุ่น (แต่ข้อที่ดีกว่าคือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเสียงเงียบกว่าเครื่องดูดฝุ่นมาก ๆ)

โดยคุณประโยขน์ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นคือ เราสามารถสั่งให้มันทำงานได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ (อาจเป็นทุกวัน หรือวันเว้นวัน) เปรียบเหมือนมีการทำความสะอาดพื้นบ้านทุกวัน ทำให้ช่วยลดความถี่ที่เราจะต้องทำความสะอาดเองด้วยเครื่องดูดฝุ่น หรือไม้กวาด จากเดิมที่ต้องทำอาทิตย์ละครั้ง อาจเหลือเพียงแค่เดือนละ 1-2 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณฝุ่นบนพื้น

เคล็ดลับเบื้องต้น ในการเลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น
(Basic tips for buying a Robot Vacuum Cleaner)

สำหรับคนที่ไม่มีเวลาอ่าน หรือขี้เกียจอ่านอะไรยาว ๆ เราได้สรุปเคล็ดลับเบื้องต้นในการเลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาให้อ่านกันก่อนเลย

สำรวจพื้นบ้านของคุณก่อน

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นจะทำงานได้ดีบนพื้นที่เรียบ และมักมีปัญหากับการทำงานบนพรม ในกรณีที่บ้านปูพรมหลายจุด ในการเลือกซื้อก็ควรพิจารณาดูด้วยว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เลือกไว้ สามารถเดินข้ามพรมที่มีความหนาสูงสุดได้กี่เซนติเมตร, มีระบบเพิ่มแรงดูเวลาตรวจเจอพรมหรือเปล่า ? เพราะฝุ่นบนพรมจะยึดเกาะค่อนข้างแน่น

มีสัตว์เลี้ยงหรือเปล่า ?

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นบางรุ่นจะออกแบบมาให้สามารถดูดเศษขนสัตว์ที่พวกมันผลัดออกมาได้ดีเป็นพิเศษ และบางรุ่นก็อาจจะฉลาดถึงขั้นหลบอุจจาระของสัตว์เลี้ยงได้ด้วย คุณคงไม่อยากกลับมาแล้วเห็นรอยอุจจาระที่ถูกหุ่นยน์ดูดฝุ่นลากไปมาจนเลอะทั่วทั้งห้องใช่ไหมล่ะ

กำหนดงบประมาณ

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นนั้นมีหลายระดับราคาให้เลือก ตั้งแต่ไม่หลักร้อย, หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่นส่วนใหญ่แล้ว รุ่นที่ใช้งานได้จริง ไม่หลงทาง มีประสิทธิภาพในการดูดสูง ราคามักจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท ขึ้นไป

ต้องการใช้แอปพลิเคชันหรือไม่ ?

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นบางรุ่น จะสามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันได้ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบประสิทธิภาพในการทำงานของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น, ตั้งโปรแกรมการทำงานล่วงหน้า หรือแม้แต่การปิดกั้นห้อง กำหนดโซนที่จะให้ทำ และไม่ให้ทำความสะอาดได้ด้วย

ระบบนำทางของหู่นยนต์ดูดฝุ่น

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นมีระบบนำทางอยู่หลายรูปแบบ ตั้งแต่วิธีง่าย ๆ อย่างชนแล้วเลี้ยว, ซับซ้อนขึ้นมาหน่อยก็มีการวิ่งไล่ขอบห้องผสมกับการชนแล้วหลบ เพื่อสร้างแผนที่, ใช้เลเซอร์ LiDAR สแกนห้องสร้างแผนที่เพื่อนำทาง, ใช้กล้องในการวิเคราะห์ และหลบหลีก รวมไปถึงการนำ เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์เส้นทางการวิ่ง และเพิ่มความแม่นยำให้แผนที่ สำหรับหุ่นยน์ดูดฝุ่นรุ่นใหม่ ๆ ที่มีราคาแพง จะนิยมใช้เลเซอร์ LiDAR + กล้อง + AI ในการทำงานร่วมกัน ทำให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างชาญฉลาด

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นแต่ละรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกัน : เราอาจะมองว่าหุ่นยน์ดูดฝุ่นมันก็เหมือนกันหมดแหละ แต่ในความเป็นจริง ทางผู้ผลิตมักจะออกแบบคุณสมบัติมาให้มีความแตกต่างกันอยู่นะ บางรุ่นดูดดี เข้าได้ทุกซอกมุม, บางรุ่นสามารถดูดเศษผม ขนสัตว์ได้ดีเป็นพิเศษ, บางรุ่นสามารถตรวจจับการทำงานบนพรมได้อัตโนมัติ, บางรุ่นทำได้ทั้งดูดฝุ่น และถูพื้นภายในตัวเดียว ฯลฯ

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาหลักพัน กับราคาหลักหมื่นแตกต่างกันอย่างไร ? (The difference between cheap and expensive Robot Vacuum Cleaner)

ในท้องตลาดมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นให้เลือกซื้อหลายระดับราคา ตั้งแต่ราคาหลักพัน ไปจนถึงราคาระดับหลักหมื่น และระดับหลายหมื่นบาท โดยเราสามารถจำแนกแยกแยะความแตกต่างระหว่างหุ่นราคาถูก กับหุ่นราคาแพงได้ดังนี้

1. Navigation System (ระบบการนำทาง)

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาถูก

อาจใช้ระบบการเดินทำความสะอาดแบบสุ่ม คือเดินสะเปะสะปะพอเดินไปขนขาโต๊ะ ขาเตียง หรือสิ่งกีดขวางในห้อง มันก็จะเปลี่ยนทิศทางการเดินแบบสุ่มไปเรื่อย ๆ อย่างคาดเดาไม่ได้ ทำให้ไม่อาจคาดหวังได้ว่ามันจะเดินทำความสะอาดพื้นได้ครบทั่วบริเวณ

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาแพง

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นในราคาระดับหมื่นกว่าบาทหรือแพงกว่า มักจะมาพร้อมกับระบบการนำทางที่ชาญฉลาด อาจใช้แสงเลเซอร์สแกนหาสิ่งกีดขวาง เพื่อการเดินหลบหลีกอย่างแม่นยำ รวมถึงมีระบบการทำแผนที่แบบแปลนของห้อง หรือแบบแปลนของทั้งชั้นในบ้าน ทำให้คาดหวังได้ว่ามันจะเดินทำความสะอาดได้ครบทุกพื้นที่ของบ้าน และยังก้าวหน้าถึงขนาดมีระบบทำแผนที่แยกสำหรับแต่ละชั้นของบ้านด้วย ทำให้สามารถย้ายหุ่นยนต์ไปทำความสะอาดในแต่ละชั้นได้ตามต้องการ

2. ความสามารถในการเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาถูก

มักจะไม่มีความสามารถในการเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน หุ่นบางรุ่นอาจมีรีโมทคอนคอนโทรลขนาดเล็ก เพื่อใช้สั่งงานหุ่นยนต์ได้นอกเหนือจากการกดปุ่มที่ตัวเครื่อง

10 เหตุผลที่ควรมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นติดบ้าน (10 Reasons you should have a Robot Vacuum Cleaner)

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาแพง

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นในราคาระดับหมื่นกว่าบาทหรือแพงกว่า มักจะมาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อให้สามารถสามารถสั่งให้หุ่นยนต์เริ่มทำการดูดฝุ่นผ่านทาง แท็บเล็ต/สมาร์ทโฟน เป็นการสั่งงานผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้เราสามารถสั่งงาน หรือตรวจสอบสภาวะการทำงานของหุ่นแบบเรียลไทม์ได้จากทุกสถานที่ แม้แต่ตอนที่เราไม่อยู่บ้าน เรียกดูประวัติการทำความสะอาดในแต่ละครั้งแบบย้อนหลังได้ด้วย

เรายังสามารถเรียกดูแบบแปลนของบ้านที่หุ่นยนต์สร้างขึ้น สามารถแยกโซนออกเป็นห้องต่าง ๆ เพื่อกำหนดให้หุ่นไปทำความสะอาดเฉพาะบางห้องได้ตามต้องการ และเรายังสามารถใช้แอปพลิเคชันเพื่อตั้งตารางการทำงานล่วงหน้าให้กับหุ่นยนต์เช่น ให้ทำความสะอาดทุกวันจันทร์ ในเวลากี่โมง หรือตั้งให้ทำความสะอาดทุกวัน หรือวันเว้นวัน ให้หุ่นยนต์ทำความสะอาดตอนที่เราออกไปทำงาน หรือไม่อยู่บ้าน เพื่อไม่ให้การทำงานของหุ่นรบกวนเวลาพักผ่อนของเรา

3. Auto-Empty Dock (มีแท่นกำจัดขยะอัตโนมัติ)

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาถูก

มักจะมีเพียงเฉพาะถังเก็บฝุ่นขนาดเล็ก ติดตั้งอยู่ในตัวหุ่น ที่เราต้องถอดออกไปเทฝุ่นทิ้งเมื่อถังเต็ม

10 เหตุผลที่ควรมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นติดบ้าน (10 Reasons you should have a Robot Vacuum Cleaner)

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาแพง

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นในราคาระดับเกินประมาณ 3 หมื่นบาทหรือสูงกว่า อาจจะมาพร้อมกับแท่นชาร์จแบบที่มีแท่นกำจัดขยะในตัว (สังเกตได้จากแท่นชาร์จจะมีขนาดใหญ่ หรือรูปทรงสูงกว่า) โดยที่ในตัวแท่นกำจัดขยะจะมีถุงเก็บฝุ่นขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่ และเมื่อหุ่นยนต์ทำงานดูดฝุ่นเสร็จแล้ว มันจะเดินกลับมาที่แท่นชาร์จ พร้อมกับมีการดูดฝุ่นจากถังในตัวหุ่น มาเก็บไว้ในถุงขนาดใหญ่ในตัวแท่นกำจัดขยะ ทำให้เราไม่ต้องกำจัดฝุ่นทิ้งเองบ่อยครั้ง

โดยแท่นกำจัดฝุ่นของ หุ่นยนต์ iRobot Roomba j7+ เคลมว่า 60 วันถึงจะถอดเปลี่ยนถุงเก็บฝุ่นสักครั้งหนึ่ง ในขณะที่แท่นกำจัดฝุ่นของ หุ่นยนต์ ECOVAC  เคลมว่าถอดเปลี่ยนถุงเก็บฝุ่นทุก ๆ 30 วัน (โดยแท่นกำจัดฝุ่นของ ECOVAC มีแยกขายต่างหากจากตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น) ในขณะที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทั่ว ๆ ไป อาจต้องถอดถังเก็บฝุ่นในตัวหุ่นไปเทฝุ่นทิ้งทุก ๆ สัปดาห์

ลำดับต่อไป เรามาสำรวจกันดีกว่าครับว่าการมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้อย่างไร กับ 10 เหตุผลที่เราควรมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่น

1. พื้นบ้านสะอาดได้โดยที่เราไม่ต้องเหนื่อยแรง
(Clean floor without having to be tired)

สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ไม่อยากออกแรง หรือมีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย ทำให้ไม่สามารถเดินหรือยืนกวาดบ้านดูดฝุ่นได้เป็นเวลานาน ๆ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นก็จัดว่าเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ มันจะช่วยทำความสะอาดบ้านได้บ่อยเท่าที่ต้องการ แค่เพียงกำหนดตารางเวลาการทำงานล่วงหน้าให้กับมัน หรือเพียงกดปุ่ม Start ให้มันเริ่มต้นการทำความสะอาด และเหมาะมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับบ้านที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องโรคข้ออักเสบหรือปวดข้อ ทำให้ไม่สามารถทำความสะอาดบ้านได้ด้วยตัวเอง

2. ไม่มีเวลาทำความสะอาดบ้าน ก็ไม่มีปัญหา
(No problem to have no time to clean the house)

ในโลกที่วุ่นวาย และเรามีเรื่องอะไรต่อมิอะไรให้ทำตลอดทั้งวัน จนทำให้บางครั้งก็อาจหลงลืม หรือละเลยเรื่องการทำความสะอาดพื้นบ้าน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็มีฝุ่นหนาเกาะบนพื้นบ้าน ทำให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตอบโจทย์ชีวิตคนที่เร่งรีบและไม่ค่อยเวลาทำความสะอาดบ้านได้เป็นอย่างดี

10 เหตุผลที่ควรมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นติดบ้าน (10 Reasons you should have a Robot Vacuum Cleaner)
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba j7+ สามารถตรวจจับสายไฟที่กองอยู่บนพื้นเพื่อเดินหลีกเลี่ยง
และสามารถส่งภาพมายังสมาร์ทโฟนของเรา เพื่อถามว่าจะให้หลีกเลี่ยงบริเวณนี้ในการทำความสะอาดครั้งหน้าหรือไม่ ? 

เนื่องจากหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพดี จะมาพร้อมระบบเซนเซอร์และการทำแผนที่แบบแปลนบ้าน ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงจากการเดินตกบันได หลีกเลี่ยงจากการเดินไปติดอยู่กับสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ที่กองอยู่บนพื้น ทำให้มันเดินทำความสะอาดทั่วบ้านได้อย่างเรียบร้อย โดยที่เราไม่ต้องเฝ้าดู หรือต้องคอยใส่ใจมันว่าจะเดินไปติดขัดกับอะไร เอาเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นได้อีกเยอะ

3. ปรับแรงลมดูดฝุ่น ให้เหมาะกับแต่ละพื้นผิวได้โดยอัตโนมัติ
(Automatic adjust vacuum fan level)

สำหรับบ้านที่มีบางพื้นที่ปูพื้นพรม ควรให้ความสำคัญในการเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ฉลาดพอที่จะรับรู้ว่ามันกำลังดูดฝุ่นบนพื้นพรม และปรับแรงลมดูดให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพื่อการเก็บฝุ่นขึ้นจากพื้นพรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความจริงที่ว่า พื้นบ้านไม้/พื้นปูกระเบื้องที่มีลักษณะพื้นผิวเรียบ กับพื้นพรมที่มีลักษณะเป็นขนอ่อนนุ่ม นั้นต้องการระดับแรงลมดูดเพื่อทำความสะอาดที่แตกต่างกัน

4. มีระบบตรวจจับฝุ่น รู้ด้วยว่าตรงไหนฝุ่นเยอะ
(Dust density detection system)

10 เหตุผลที่ควรมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นติดบ้าน (10 Reasons you should have a Robot Vacuum Cleaner)
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba j7+ มาพร้อมเทคโนโลยี Dirt Detect ตรวจจับปริมาณฝุ่นบนพื้น

ที่อยู่อาศัยโดยส่วนใหญ่ มักจะมีพื้นห้องในบางจุดที่มีฝุ่นเยอะ หรือมีความสกปรกเป็นพิเศษ อาทิ ทางเดินที่คนเดินผ่านบ่อย ๆ หรือพื้นที่ในห้องนั่งเล่นที่มีคนมารวมตัวกันนั่งกินขนมดูซีรีส์ หรือพื้นห้องครัวที่เศษละอองของอาหารหกหล่นอยู่บนพื้น ทำให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นระดับสูงของหลาย ๆ แบรนด์ มีการติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์เพื่อตรวจจับปริมาณฝุ่นบนพื้น ทำให้สามารถเพิ่มความเข้มขันในการทำความสะอาดพื้นในบริเวณนั้น เพื่อให้พื้นบ้านมีความสะอาดอย่างที่ควรจะเป็น

5. ชาร์จไฟให้ตัวเองได้
(Automatic charging when back to the dock)

สำหรับคนที่คุ้นชินกับการใช้สมาร์ทโฟนที่ต้องมีการเสียบชาร์จกันทุกวัน อาจเกิดความสงสัยว่า แล้วหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเราต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟให้มันหรือไม่ ?

ก็ต้องบอกว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นโดยทั่วไป จะมาพร้อมกับแท่นชาร์จ (เราต้องเสียบแท่นชาร์จกับปลั๊กไฟบ้านเอาไว้ตลอดเวลา) โดยที่แท่นชาร์จนี้เปรียบเหมือนเป็นบ้านของหุ่นยนต์ โดยการทำความสะอาดจะเริ่มต้นด้วยการที่หุ่นยนต์เดินออกจากแท่นชาร์จ แล้วเดินทำความสะอาดไปทั่วบ้าน เมื่อทำความสะอาดครบพื้นที่แล้ว มันก็จะฉลาดพอที่จะเดินกลับมาแท่นชาร์จเพื่ออัดพลังไฟได้ด้วยตัวเอง เราไม่ต้องยุ่งยากกับการอุ้มเจ้าหุ่นเพื่อพามันกลับแท่นชาร์จแต่อย่างใด

6. ตั้งเวลาทำความสะอาดได้ แม้แต่ตอนที่เราไม่อยู่บ้าน
(Automatic clean even you are not at home)

ข้อดีที่สุดอีกอย่างหนึ่งของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นคือ มันสามารถทำความสะอาดได้ในตอนที่เราไม่อยู่บ้าน ด้วยการตั้งเวลาการทำงานเอาไว้ล่วงหน้า หรือการสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันตอนที่เราไม่อยู่บ้าน ทำให้ไม่ว่าเราจะไม่อยู่บ้าน หรือออกท่องเที่ยวเดินทางเป็นเวลาหลาย ๆ วัน ก็จะพบว่าพื้นบ้านยังสะอาดอยู่เสมอเมื่อเรากลับมา

และการสั่งให้มันทำงานตอนที่เราไม่อยู่บ้านก็ยังมีข้อดีอีกอย่างคือ การเดินทำความสะอาดของหุ่นยนต์ถึงแม้จะมีเสียงรบกวนจากการทำงานไม่มาก แต่การเดินของมันบางทีก็อาจเดินมาชนขาเรา หรือเดินมาชนขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ที่เรานั่งอยู่ ทำให้เรารู้สึกว่าถูกเจ้าหุ่นยนต์รบกวน การสั่งให้มันทำงานตอนที่เราไม่อยู่บ้านเลยเป็นทางออกที่ดี

7. กำหนดขอบเขตการทำความสะอาดได้ เพื่อความอุ่นใจ
(Able to set cleaning boundary)

ข้อกังวลใจของบางคนที่จะเลือกใช้งานหุ่นยนต์ดูดฝุ่นก็คือ มันจะเดินชนโต๊ะ ชนกำแพง หรือชนเฟอร์นิเจอร์ในบ้านจนเกิดความเสียหายหรือไม่ ? หุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นใหม่แก้ปัญหาการเดินชนอย่างรุนแรงจนข้าวของเสียหาย ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์จำนวนมาก เพื่อตรวจจับอุปสรรค หรือสิ่งกีดขวางเพื่อไม่ให้มันเดินเข้าไปชน และในกรณีที่เซนเซอร์ไม่สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางได้อย่างถูกต้อง ที่ด้านหน้าตัวหุ่นก็มีอุปกรณ์กันชนที่มีกลไกสปริง และกันชนสามารถยุบตัวได้เมื่อหุ่นยนต์เดินเข้าไปชนสิ่งกีดขวาง โดยเมื่อหุ่นรู้ตัวว่าเดินชน มันก็จะถอยออก และเปลี่ยนเส้นทางเดิน โดยไม่ทำให้เฟอร์นิเจอร์เกิดความเสียหาย

และในกรณีที่มีบางพื้นที่ที่เราไม่ต้องการให้หุ่นยนต์เดินเข้าไป อาทิ ตรงจุดที่วางถาดอาหารของสัตว์เลี้ยง ตรงจุดในบ้านที่มีการวางกองเสื้อผ้า หรือวางกองข้าวของเอาไว้เกะกะ หุ่นยนต์ของแบรนด์ iRobot เปิดโอกาสให้เรากำหนดพื้นที่ Keep Out Zones ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อไม่ให้หุ่นยนต์เดินเข้าไปในพื้นที่นั้น

8. ไม่ต้องบำรุงรักษาเยอะ
(Less maintenance)

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น (ที่ไม่ได้มีราคาถูกจนเกินไป) ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ผลิตด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ ทำให้รองรับการใช้งานได้ยาวนานหลายปี จะมีเพียงการเปลี่ยนแบตเตอรี่ในตัวหุ่นยนต์ที่มีการเสื่อมตามระยะเวลาการใช้งาน โดยมีผู้ใช้งานหุ่นยนต์ดูดฝุ่นของแบรนด์ iRobot รายหนึ่งรายงานว่า แบตเตอรี่เริ่มเสื่อมเมื่อเข้าสู่ปีที่ 5 ของการใช้งาน

การดูแลรักษาที่เราต้องทำให้กับเจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นคือ การถอดถังเก็บฝุ่นในตัวหุ่นยนต์ไปเททิ้ง หรือการถอดเปลี่ยนถุงเก็บฝุ่นเมื่อเต็ม (สำหรับแท่นชาร์จแบบมีแท่นกำจัดขยะ) หรือจะให้ดีกว่านั้นอีก ก็คือการเคลียร์กองสายไฟที่อาจขัดขวางการเดินของหุ่นยนต์ออกไปจากพื้น รวมถึงของมีคม หรือข้าวของที่อาจทำความเสียหายให้กับหุ่นยนต์หากมันเดินเข้าไปชน สิ่งของเหล่านี้ควรเก็บขึ้นจากพื้น

9. ทำความสะอาด ในพื้นที่แคบได้ดี
(Clean well in a tight space)

ผู้ใช้งานเครื่องดูดฝุ่นหลายราย พบความยากลำบากในการซอกซอนเข้าไปทำความสะอาดพื้นที่ใต้ตู้ หรือพื้นที่ใต้เตียงที่มีความสูงจากพื้นไม่มาก รวมถึงพื้นที่ที่มีความแคบ แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ปัญหาเหล่านี้ก็หมดไปในทันที ด้วยรูปทรงของตัวหุ่นที่มีความแบนราบ สามารถเดินมุดเข้าไปทำความสะอาดใต้ขาเตียง หรือใต้ขาตู้ได้อย่างไร้ปัญหา ทำให้เข้าถึงพื้นที่ที่ไม่เคยได้รับการทำความสะอาดมาก่อน

10. ไม่ต้องยุ่งยากกับสายไฟ เมื่อจะทำความสะอาด
(No more messing with wires when cleaning)

ด้วยความที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นมีแบตเตอรี่ในตัว และทำงานไร้สายโดยสมบูรณ์แบบ ทำให้เราไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดการสายไฟเหมือนอย่างการทำความสะอาดบ้านด้วยเครื่องดูดฝุ่น ที่ต้องหาตลับสายไฟยาว ๆ มาคอยไล่เสียบปลั๊กไฟในจุดต่าง ๆ ของบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สนุกเอาซะเลย การนั่งหรือการนอนสบาย ๆ แล้วปล่อยให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานของมัน เป็นอะไรที่ง่ายกว่ากันเยอะ


ที่มา : learn.compactappliance.com , knoxvillemarketsquare.com

0 10+%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99+%2810+Reasons+you+should+have+a+Robot+Vacuum+Cleaner%29
แชร์หน้าเว็บนี้ :
Keyword คำสำคัญ »
เขียนโดย
ระดับผู้ใช้ : Admin    Thaiware
ไม่เสพติดไอที แต่ชอบเสพข่าวเทคโนโลยี หาความรู้ใหม่ๆ มาใส่สมอง
 
 
 

ทิปส์ไอทีที่เกี่ยวข้อง

 


 

แสดงความคิดเห็น