ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี
Facebook  Twitter  YouTube  News Letter  Rss Feed
ติดตามไทยแวร์ได้ที่นี่
  
THAIWARE.COM | ทิปส์ไอที
 
ส่งทิปส์ไอทีเข้าไทยแวร์ดอทคอม (Submit Tips to Thaiware.com)
 

Recommended for you

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

เมื่อ :
ผู้เข้าชม : 2,760
เขียนโดย :
ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication
0 %E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99+%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A+2+%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99+Two-Factor+Authentication
A- A+

อธิบายง่ายๆ Two-Factor Authentication เป็นการล็อกอินขั้นที่ 2 หลังจากล็อกอินด้วยรหัสผ่านตามปกติ จะมีการยืนยันผ่าน OTP (One-Time Password) ที่ส่งให้เราผ่านข้อความ SMS บนโทรศัพท์มือถือ เพื่อป้อนรหัสให้ตรงกันและยืนยันตัวตน ส่วนใหญ่รหัส OTP จะมีอายุเพียง 15 นาที หากไม่ใช่เจ้าของบัญชี ไม่มี OTP หรือป้อนรหัสไม่ถูกต้องก็จะไม่สามารถล็อกอินได้ แนะนำว่า Two-Factor Authentication เนี่ย หากเราใช้ SMS รับ OTP หากมีการเดินทางการไปใช้งานในต่างประเทศ จะต้องสมัครบริการโรมมิ่งต่างประเทศ เพื่อรับ SMS ด้วย (มีค่าบริการเพิ่มเติม) จริงๆ แล้วเราคุ้นเคยกับ OTP มานานมาก แต่อาจจะไม่รู้ตัว เช่น การใช้งาน Internet Banking ของธนาคาร

การยืนยันตัวตนแบบ Two-Factor Authentication เป็นระบบล็อกบัญชีอีกชั้นนึง เหมือนล็อกกลอน 2 ชั้น แม้จะมีคนคาดเดารหัสผ่านของคุณได้ แต่ก็ยังต้องมีรหัสที่ได้รับจาก OTP ของโทรศัพท์มือถือ มายืนยันอีกครั้ง ทีนี้ถ้ามือถือหาย ต้องรีบเปลี่ยนรหัสและระงับอย่างด่วน เพราะนั่นหมายถึงหากมิจฉาชีพมีมือถือของคุณในมือ สามารถรับ OTP เพื่อเข้าสู่บัญชีของคุณได้

Apple ID

อย่างที่เราทราบกันดีว่า บัญชี Apple ID นั้นมีการผูกกับบัตรเครดิต ครั้นจะล็อกอินด้วยรหัสผ่านปกติ ดูจะหละหลวมเกินไปที่คนใกล้ตัวสามารถคาดเดารหัสผ่านได้ Two-Factor Authentication สำหรับ Apple ID นั้นจะมีการผูกกับอุปกรณ์ เบอร์โทร เพื่อยืนยันตัวตน

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

การทำงานของ Two-Factor Authentication กับ Apple ID

หลักการง่ายๆ ก็คือ บัญชีของเราจะได้รับการยืนยันโดยอ้างอิงกับอุปกรณ์ เช่น iPhone, iPad หรือ Mac แบบนี้เหมาะกับคนมีทั้ง iPhone iPad Mac แต่เราคงไม่ได้เปลี่ยนเครื่องทุกวันใช่ไหมครับ ถ้าล็อกอินอุปกรณ์เดิม IMEI เดิม ระบบจะรู้ว่าเป็น Trusted Device แต่ถ้าเราใช้เครื่องใหม่ IMEI ใหม่ ที่ไม่เคยล็อกอินมาก่อนเลย จะต้องใช้รหัสผ่านพร้อมเลขรหัส 6 หลัก ที่แสดงบนอุปกรณ์ Trusted Device ตัวหลัก เป็นตัวยืนยัน

ยกตัวอย่าง เช่น คุณมี iPhone แล้วล็อกอินครั้งแรกบนเครื่อง Mac เครื่องใหม่ที่เพิ่งถอยมา จะต้องป้อนรหัสผ่านและ Verification Code ที่จะแสดงบนหน้าจอ iPhone เครื่องที่เป็น Trusted Device ก่อนหน้านี้ ถ้าไม่มีรหัสนี้ ก็ล็อกอินไม่ได้
 
อย่างที่ทราบกันดีว่ารหัสผ่าน คาดเดาง่าย ไม่ปลอดภัย Two-Factor Authentication จึงเข้ามาช่วยยืนยันตัวตนให้ดูยุ่งยากมากขึ้น (แต่ปลอดภัย) ผู้เขียนใช้ระบบ Two-Factor Authentication มาสักระยะนึงแล้ว ซึ่งเวลาล็อกอินครั้งแรก จะต้องมีอุปกรณ์คู่กายเราอยู่ข้างๆ เช่น ล็อกอิน Mac จะต้องถือ iPhone ในมือด้วย เพื่อเอารหัสจากหน้าจอ iPhone มาป้อนบน Mac ส่วนครั้งต่อๆ ไป ไม่ต้องป้อนรหัสแล้ว

นอกจาก Trusted Device แล้ว ยังมี Trust Your Browser อีกด้วย ถ้าใช้คอมเครื่องเดิม Browser เดิม ก็ไม่จำเป็นต้องป้อน Verification Code ใหม่อีก (Facebook บน Browser ก็ใช้แบบนี้เช่นกัน)

Trusted devices มีอะไรบ้าง?

ในส่วนของ Apple จะมี iPhone, iPad, iPod touch ที่รัน iOS 9 หรือสูงกว่า หรือ Mac ที่รัน OS X El Capitan หรือสูงกว่า สร้าง Trusted Device เอาไว้ เพื่อยืนยันตัวตนในการล็อกอินอุปกรณ์อื่นๆ อย่างน้อยคุณจะมี iPhone, iPad หรือมี Mac ประมาณนี้ แต่ถ้ามีอุปกรณ์ Apple เครื่องเดียว ใช้อีกวิธีที่จะแนะนำต่อไปนี้

Trusted Phone Number

Trusted Phone Number หรือการใช้เบอร์มือถือยืนยัน เอ่อ ดูจะเข้าท่า เพราะเราผูกเบอร์มือถือ เอาไว้รับข้อความยืนยัน Verification Code เป็นเลข 6 หลัก ถ้าใครใช้แอพฯ ธนาคารน่าจะคุ้นเคยกับ OTP เป็นอย่างดี วิธีนี้ มือถือรุ่นไหนก็ยืนยันได้

วิธียืนยัน ทำได้ทั้ง ข้อความ และสายโทรเข้า อย่างน้อยคุณต้อง Verify ด้วยเบอร์มือถือกับ Two-Factor Authentication เรียกได้ว่า ถ้าไม่มี Code จาก OTP เราก็ไม่สามารถเข้าใช้งานได้

อ่านมาถึงตรงนี้ บางคนอาจจะมองว่า ยุ่งยากจัง ทำไมต้องหลายขั้นตอน เราไม่มีข้อมูลอะไรสำคัญ แต่อย่าลืมว่าบัญชี Apple ผูกกับบัตรเครดิตเราไว้ ตรงนี้สิน่ากลัว ถ้ามีคนเอาบัญชีเราไปใช้กดสั่งซื้อสินค้า Apple แล้วเราไม่ใช่คนกดซื้อ เงินก็สูญ ของก็ไม่ได้

วิธีตั้งค่า Two-Factor Authentication สำหรับบัญชี Apple ID

บัญชี Apple ID ใช้งานบน iCloud ซึ่งผูกกับอุปกรณ์ทั้งหมดที่ล็อกอินด้วยบัญชีเดียวกันบน iOS 9 หรือ OS X El Capitan หรือสูงกว่า นั่นหมายความว่า บัญชี iCloud เชื่อมกับทุกอุปกรณ์ผ่าน iCloud หากคุณมี iPhone, iPad หรือ iPod touch สามารถเปิด Two-Factor Authentication ได้ เพราะทุกอุปกรณ์ที่่ล็อกอินด้วย Apple ID เดียวกัน สามารถเชื่อมโยงกันได้ทั้งหมด

เปิด Two-Factor Authentication ผ่านเมนู Settings เลือก Turn on Two-Factor Authentication และสามารถกำหนดให้ผูกหมายเลขโทรศัพท์ในการรับข้อความ OTP ผ่าน SMS หรือรับสายโทรเข้าได้

สิ่งที่ควรระมัดระวังเมื่อใช้ Two-Factor Authentication

Two-Factor Authentication ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีของคุณ และต้องได้รับการยืนยันผ่าน Trusted Devices หรือ Trusted Phone Number หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกไว้เท่านั้น แนะนำให้จดจำบัญชีและรหัสผ่าน Apple ID ให้แม่น กำหนด Passcode ในการเข้าใช้งานแต่ละอุปกรณ์ และจำเป็นที่จะต้องมี Trusted Devices ข้างกายด้วยในการยืนยัน ถ้าแยกเครื่อง เครื่องนี้อยู่อีกบ้าน การยืนยัน Trusted Devices จะยุ่งยาก อาจจะต้องพิจารณาว่า การยืนยันตัวตนแบบไหนสะดวกและเหมาะกับเรา ใช้เบอร์โทรยืนยันข้อความ OTP ดีไหม ถ้ามือถือหาย ทำยังไง เพราะมันจำเป็นต้องยืนยันผ่าน OTP

อ้อ ถ้าเราไปต่างประเทศ แล้วไม่ได้เปิดโรมมิ่ง เราก็ไม่สามารถรับข้อความ OTP ได้ แต่ไม่ต้องกังวล เรากำหนดเบอร์สำรองไว้ได้ ให้คนในครอบครัวที่อยู่ไทย รับ OTP ให้แทนได้ แล้ว LINE บอกกันตอนที่เราอยู่ต่างประเทศ (แต่ OTP มีระยะเวลาจำกัด ตรวจสอบ Time Zone ให้ดีด้วยครับ)

ดูวิธีตั้งค่าแบบละเอียดที่ https://support.apple.com/en-us/HT204915

Google 2-Step Verification

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

บัญชี Google ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่จะต้องล็อกให้แน่น รัดให้ปลอดภัย เพราะทั้งอีเมล์ บัญชี Google ที่ผูกกับ Android และ Google Play Store นั้นมีการผูกบัตรเครดิตไว้ รวมไปถึง การผูกบัญชีไว้กับบริการต่างๆ เช่นการล็อกอิน Facebook การเปลี่ยนรหัส Social Network ต่างๆ ทำให้เราต้องล็อกกุญแจให้กับบัญชี Google อย่างแน่นหนา

สำหรับ 2-Step Verification ผู้เขียนใช้งานกับ Gmail ครับ เมื่อล็อกอินไปแล้ว เราก็จะใช้งานได้ทั้ง อีเมล์ YouTube, Google+, Google Maps, Google Drive (เก็บไฟล์สำคัญ ไฟล์ส่วนตัว) โดยใช้โทรศัพท์มือถือของเรายืนยันอีกชั้นนึง (ขออนุญาตแนะนำโดยใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์ครับ)

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

วิธีการคือ เข้าไปที่ https://myaccount.google.com/u/1/security มองหาหัวข้อ Password & sign-in method หรือเข้าไปที่ https://www.google.com/landing/2step/ เลือก Get Started (เริ่มต้นใช้งาน) จากนั้นล็อกอินผ่านบัญชี Google ของเรา (รหัสเดียวกับที่เข้า Gmail) หัวข้อ 2-Step Verification จะมีให้เลือกเปิดใช้งาน ตอนนี้สิ่งที่ต้องเตรียมคือเบอร์มือถือของเรา ที่ใช้ยืนยัน

โดย 2-Step Verification ของ Google จะใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อยืนยันในการล็อกอินทุกครั้ง ถ้าไปต่างประเทศ อย่าลืมเปิดโรมมิ่งมือถือเบอร์ที่ผูกไปด้วย เพราะจำเป็นในการใช้ล็อกอินทุกครั้งครับ (แต่ถ้าคุณไม่ได้ Log Out หรือเข้าใช้งานผ่าน Browser ใหม่เลย ก็ไม่ต้องล็อกอินใหม่ครับ)

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

เลือกได้ว่าจะยืนยันผ่านข้อความ โดยจะมี Code แจ้งเป็น OTP ผ่าน SMS หรือให้โทรหา

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

ยืนยันด้วยรหัส OTP ที่ส่งให้ทาง SMS

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

จากนั้นเลือก Turn ON เพื่อเปิดใช้งาน 2-Step Verification

หลังจากตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว ทุกครั้งที่ล็อกอินเข้าใช้งาน จะต้องป้อนรหัส OTP ที่ได้รับจากมือถือ เพื่อยืนยันตัวตนเข้าใช้งานทุกครั้ง

แต่ถ้ามือถือหาย แนะนำให้เปลี่ยนรหัส แล้วอายัดเบอร์ทันที เพราะมิจฉาชีพ อาจจะเปลี่ยนรหัสของเรา แถมเคราะห์ร้าย โทรศัพท์มือถือในมือมิชฉาชีพก็ได้รับ OTP ด้วยเช่นกัน

Google Prompt 

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

หลังลงทะเบียนเบอร์มือถือแล้ว จะต้องถือมือถือข้างกายทุกครั้งเวลาล็อกอิน บางคนก็อาจจะขี้เกียจ (ยอมขี้เกียจอีกขั้นตอนเถอะ เพื่อความปลอดภัย) บริการ Google Prompt ให้คุณยืนยันโดยไม่ต้องป้อนรหัส OTP 

กด Add Google Prompt จากนั้นเลือกให้กดยืนยันผ่านมือถือ โดยที่ไม่ต้องรับรหัส OTP อันนี้สะดวกเพราะแม้ไปต่างประเทศ ก็ไม่ต้องง้อโรมมิ่ง ใช้เบอร์มือถือเบอร์ไหนก็ได้ ขอให้เป็นเครื่องที่ตรงกับที่ยืนยันไว้ตอนแรก

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

รอบนี้แม้จะไม่ต้องใช้เบอร์มือถือรับ OTP เพื่อยืนยัน แต่ต้องผูกกับเครื่องครับ หลักการคือกำหนดเครื่องที่เป็นเครื่องหลักในการยืนยันการล็อกอินบัญชี Google

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

ผู้เขียนยืนยันใช้ Huawei P9 ในการยืนยันครับ ถ้ามือถือหายนี่ยืนยันลำบาก ดังนั้นใช้ 2 อย่าง ทั้งเบอร์โทรและมือถือ อุ่นใจดี

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

จากนั้นให้ล็อกอิน จะมี OTP ส่งไปเพื่อยืนยัน แล้วเราก็เลือก ให้กดยืนยันจากหน้าจอมือถือได้แล้ว

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

เมื่อตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว เราสามารถใช้มือถือกดยืนยันแทนการป้อนรหัส OTP ได้

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

นี่คือหน้าจอกดยืนยันบนมือถือ

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

Facebook

ปกติ Facebook ถือว่าเป็น Social Network ที่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวตนมากๆ เพราะใช้ Location ของมือถือเพื่อตรวจสอบว่าใช้งานในพื้นที่ไหน บริเวณไหน และตรวจสอบตัวเครื่อง ว่าล็อกอินเครื่องไหน ถ้ามีการล็อกอินในสถานที่หรืออุปกรณ์แปลกๆ จะมีอีเมล์แจ้งเจ้าของบัญชีให้ตรวจสอบ

บัญชี Facebook มีความสำคัญไม่ต่างจาก Apple ID, Google Account เพราะมีการผูกบัญชีกับบัตรเครดิต เล่นเกม ลงโฆษณา ได้เช่นกัน และยิ่งไปกว่านั้น บัญชี Facebook คือหน้าโปรไฟล์ของเราเอง ใครปลอมเป็นเราก็ยุ่งเลย

Facebook สามารถกำหนดให้มีการล็อกบัญชี โดยจะต้องมีการยืนยันตัวตน เราจะต้องเปิดการอนุมัติการเข้าสู่ระบบ และจะต้องป้อนรหัสรักษาความปลอดภัยพิเศษ ทุกครั้งที่พยายามเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ Facebook จากคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตเครื่องใหม่ 

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

วิธีตั้งค่า บนมือถือ กด 3 ขีด มุมขวาบน จากนั้นไปที่ “การตั้งค่าบัญชีผู้ใช้” (Account Settings) แล้วเลือก "การตั้งค่าการรักษาความปลอดภัย" (Security) แตะที่ "เปิดการอนุมัติการเข้าสู่ระบบ" (Use two-factor authentication) สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือ หมายเลขโทรศัพท์ของเรา เบอร์หลักที่เราใช้ประจำ จากนั้น ป้อนหมายเลขโทรศัพท์มือถือของคุณ 

เมื่อตั้งค่า Two-factor Authentication เรียบร้อยแล้ว ถ้าเราล็อกอิน Facebook ครั้งใหม่ จะมีตัวเลขส่งเป็น OTP ทาง SMS บนโทรศัพท์มือถือของเรา หากเราพยายามเข้าสู่ระบบจากคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือเบราว์เซอร์ที่คุณไม่เคยล็อกอินมาก่อน Facebook จะแจ้งเตือนคุณและขอให้คุณอนุมัติการดำเนินการดังกล่าวด้วยรหัสการรักษาความปลอดภัย OTP

รายละเอียด https://web.facebook.com/about/basics/stay-safe-and-secure/login-approvals

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

นอกจากรหัสบนมือถือแล้วยังกำหนดให้แตะรูปโปรไฟล์เพื่อยืนยันการล็อกอิน ด้วย Passcode 4 หลักได้ และอีกวิธีคือใช้ Location ในการยืนยันตัวตน ว่าเราเคยไปสถานที่นั้นๆจริงหรือเปล่า

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

อีกวิธีคือเข้าไปที่ Setting (3 ขีด มุมขวาบน) แล้วเข้าไปที่ Code Generator เอาโค้ดมาใส่เพื่อล็อกอิน Facebook บนอุปกรณ์ใหม่ หรือ Browser ที่ไม่เคยล็อกอิน

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

เรียกได้ว่าเป็นหลากหลายวิธียืนยันตัวตน รวมไปถึง การมอบหมายให้เพื่อนของเราบน Facebook ช่วยเหลือเรา และยืนยันตัวตนให้เรา หากบัญชีเราเข้าใช้งานไม่ได้

ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งค่าล็อกอินเข้าบัญชีแบบ 2 ชั้น Two-Factor Authentication

บัญชีต่างๆ ตอนนี้มีการผูกบัญชีกับบัตรเครดิต ทั้งซื้อแอพฯ เกม เพลง หนัง ซื้อไอเท็มเกมส์ รหัสผ่านอย่างเดียวไม่พอ Two-Factor Authentication ก็ไม่เพียงพอ หากมิจฉาชีพพยายามปลอมตัวเป็นเราหรือล้วงข้อมูลเรา การใส่ใจตรวจสอบความผิดปกติของการล็อกอิน สำคัญมากที่สุด และแม้จะมี OTP และ Two-Factor Aunthentication ก็ควรจะเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำครับ นอกจากนี้ ระมัดระวัง Phishing ต่างๆ ที่หลอกให้เราป้อนบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่าน หากเผลอกระทำการใดๆที่นึกได้ภายหลัง ก็ให้รีบเปลี่ยนรหัสผ่านโดยเร็ว ท้ายที่สุด ก็วนกลับไปที่ "เปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยๆ" และ "ตั้งรหัสผ่าน ให้ยากต่อการคาดเดา ใช้ตัวอักษร ผสมอักขระและตัวเลข"


ที่มา : support.apple.com

0 %E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99+%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A+2+%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99+Two-Factor+Authentication
แบ่งปันหน้าเว็บนี้ผ่าน URL :
Keyword คำสำคัญ »
เขียนโดย
    นักเขียน
 
 
 
 

ทิปส์ไอทีที่เกี่ยวข้อง

 


 

Recommended for you

 

แสดงความคิดเห็น

 

แผนผังเว็บไซต์ (XML Sitemap)
Thaiware Communication Co.,Ltd.

Thaiware Communication Co.,Ltd.

Copyright 1999-2018 Thaiware.com All rights reserved.
E-Commerce Registration Number : 0108414736771
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี / Tax ID : 010-554-707-3996