ปีนี้เราได้เห็นโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นที่สาขาธนาคาร หรือบนสื่อออนไลน์ แนะนำบริการ QR Code ในการซื้อของ จ่ายเงิน จ่ายค่าหนังสือ ร้านข้าวแกง ร้านขายพวงมาลัย ร้านก๋วยเตี๋ยว วินมอเตอร์ไซค์ อำนวยความสะดวกไม่ต้องพกเงินสด หยิบมือถือเครื่องเดียวก็ใช้งานได้เลย ลืมเอากระเป๋าสตางค์ออกมาจากบ้าน (แต่ไม่น่าจะลืมมือถือ) ก็ยังเอาตัวรอดขึ้นพี่วินไปทำงานได้
ก่อนหน้านี้ Samsung เองก็พยายามนำเสนอบริการ Samsung Pay บนมือถือ (เฉพาะรุ่นที่รองรับ) แต่นั่นเป็นเพียงการนำเอาบัตรเครดิต ผูกกับบัญชีของ Samsung Pay ไม่ต้องพกเงินสด จ่ายได้ทุกที่ ที่รับบัตรเครดิต ด้วยมือถือ แต่นั่นก็ไม่ใช่การไม่ต้องพกเงินสดที่ใช้จ่ายได้ทุกที่แบบจริงจัง
ธนาคารแห่งประเทศไทย ผลักดันเรื่อง PromptPay และมีการจับมือล้อมวงธนาคารให้คล้องมือกันร่วมกันให้บริการ QR Code Payment ซึ่ง QR Code เป็นบริการมาตรฐาน แบบเดียวกับที่ใช้มือถือทุกเครื่องส่อง QR Code เพื่อ Add LINE กันนั่นแหล่ะครับ
QR (Quick Response) Code คือ รหัสชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนามาจาก barcode (บาร์โค้ด) แต่ใช้งานง่ายกว่า และเก็บข้อมูลได้มากกว่า ปัจจุบันถูกนำมาใช้แพร่หลายทั้งในภาคการผลิต ภาคการค้า ภาคบริการ และภาคการเงิน เช่น ใช้เป็นช่องทางการรับชำระเงินที่ร้านค้า ใช้เก็บเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้สามารถเข้าดูข้อมูลต่าง ๆ ได้สะดวก ซึ่งเราสามารถอ่าน QR Code ผ่านสมาร์ทโฟนทุกเครื่องที่มีแอปฯ แต่ตอนนี้ ง่ายสุดก็แค่เปิด LINE ใช้ตัว QR Code Reader ที่มาพร้อมกับ LINE ได้แบบไม่ต้องหาแอปฯ QR Code Reader มาติดตั้งอย่างสมัยก่อน
ทีนี้ เมื่อมีตัวกลาง คือ QR Code ที่เป็นมาตรฐานเดียว ก็ไม่ต้องห่วงแล้ว ว่าธนาคารไหน มือถือรุ่นไหน ใช้ iOS หรือ Android จะใช้ QR Code ไม่ได้ แต่ในระยะสั้น ก็คงจะเป็นเรื่องมาตรฐานของแต่ละธนาคาร แต่อย่างน้อย มือถือที่มีกล้องทุกรุ่นที่เป็นสมาร์ทโฟน สามารถใช้จ่ายเงินผ่าน QR Code ได้หมด
ปีนี้เราได้เห็นแบงค์ยักษ์ใหญ่ ร่วมประชันบริการจ่ายเงินด้วยมือถือผ่าน QR Code กัน โดยอิงจากบัญชี PromptPay (ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่แค่พร้อมจ่าย แต่พร้อมรับเงินด้วย) โดยหลักการคือใช้บัญชี Mobile Banking ของธนาคาร เป็นกระเป๋าเงินออนไลน์
สิ่งที่ธนาคารนำมาใช้ก็คือ เงินในบัญชีธนาคารของคุณนั่นเอง เทียบกับปกติเราใช้ Mobile Banking หรือ Internet Banking ในการโอนเงิน จ่ายค่าบริการ มือถือต่างๆ ประกัน บัตรโน่นนั่นนี่ แต่คราวนี้เอามาใช้จ่ายเงินได้ทั่วไปตามร้านข้างทาง ตลาด เรียกว่า เงินจากบัญชีเรา วิ่งเข้าบัญชีร้าน (คนขาย) ได้แบบไม่ต้องรู้เลขบัญชี เพราะใช้ QR Code เป็นตัวกลาง (การส่อง QR Code เพื่อ Add LINE ก็หลักการเดียวกัน ไม่ต้องรู้ชื่อบัญชี LINE ก็เพิ่มเพื่อนได้) QR Code จึงเป็นตัวกลางในการสื่อสารพูดคุยกันกับมือถืออีกเครื่อง หรือเอามือถือส่องป้ายกระดาษที่พรินต์ QR Code ได้เลย
เรื่องเงินสดนี่ เป็นปัญหาเรื่องต้นทุน การนับเหรียญ การขนเงินจากเค้าเตอร์รับชำระเงินต่างๆ ไปที่ธนาคาร ถ้าจ่ายเงินผ่าน QR Code ก็จบเลย สมัยก่อนเราใช้การเขียนเช็ค การเซ็นต์เช็ค ในการจ่ายเงินครั้งละมากๆ แต่ QR Code สะดวกกว่ามากๆ ไม่ต้องรอเช็คเข้า มันคือการโอนเงินบัญชีสู่บัญชี
แหล่ะครับ เพียงแต่ไม่ต้องกรอกเลขบัญชีที่เสี่ยงพิมพ์ผิด จดหมายผิดซอง
ธนาคารเองก็พยายามผลักดันและสอนการใช้งานให้กับ 2 ฝั่งคือ ผู้ขาย และผู้ซื้อ เพราะลำพังพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ กับผู้ซื้อออนไลน์ ทั้ง 2 ฝั่งนี้ชินอยู่แล้วกับการโอนเงินผ่านออนไลน์ แต่ฝั่งพ่อค้า แม่ค้าที่เป็นร้านริมทาง ในห้าง ที่ไม่ได้สันทัดออนไลน์ และผู้ซื้อที่ไม่เคยใช้บริการ Mobile Banking เลย ก็ยังไม่ชิน คุณลุง คุณป้า อาแปะ ร้านของชำ ร้านขายหนังสือ เครื่องใช้ไฟฟ้าในตลาด ก็อาจจะไม่คุ้นเคย แต่น่าจะพอคุ้นกับการเล่น LINE บนสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตอยู่บ้าง อุปกรณ์มีแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียว ต่อเน็ต ก็ใช้งานได้แล้ว
ธนาคารสีเขียว นำเสนอความง่าย สะดวก ช้อปแบบไม่ต้องพกเงินสด ไม่ต้องกดเลขบัญชี ณ ร้านค้าที่แสดงสัญลักษณ์ QR Code ของธนาคารไหนก็ได้
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการทอนเงิน ที่ยิงตรงใจพ่อค้า แม่ค้าริมทางเลย ถ้าลำพังพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ โอนเงินเป็นเศษ มีการระบุเวลา วันที่โอน ตรวจสอบยอดได้ ไม่ต้องยุ่งกับเงินทอน แต่พ่อค้า แม่ค้าริมทาง ร้านทั่วไป ยังต้องเตรียมเงินทอน หรือแม้แต่ ออกจากบ้าน ลืมกระเป๋าสตางค์ ไม่ลืมโทรศัพท์มือถือ ก็ยังใช้มือถือจ่ายค่าวินออกไปหน้าปากซอยได้ ที่เหลือก็ใช้บัตรรถไฟฟ้าที่ซื้อไว้เป็นเดือน ไปทำงานได้อยู่
สมัยก่อนถ้าลืมกระเป๋าสตางค์ ก็ต้องกลับมาที่บ้าน กลับมาเอากระเป๋าสตางค์ แต่ถ้ามีบริการที่รองรับ การชำระเงินผ่าน QR Code เยอะๆ ก็สะดวก ไม่ต้องพกเงินสดก็ได้ จ่ายค่าแท็กซี่ ที่ไม่ได้เรียกผ่านแอปฯ ก็ยังจ่ายด้วย QR Code ได้
ตอนนี้ตามสาขาธนาคารต่างๆ มีบริการพิมพ์ QR Code ฟรี ให้คนขายมือถือร้านตู้ ร้านอาหาร ร้านร้องเท้า เสื้อผ้า มาพิมพ์ QR Code เพื่อให้ลูกค้าจ่ายเงินผ่านแอปฯ Mobile Banking ด้วย QR Code ได้ ไม่ต้องวุ่นวาย ยิ่งเงินจำนวนมากๆ พกเงินสดยิ่งไม่ปลอดภัย เสี่ยงต่อการถูกขโมยระหว่างการเดินทาง หรือนับเงินผิดพลาด ตรวจสอบรายการสั่งซื้อก็ง่าย
(อ้างอิงข้อมูลจากธนาคารกสิกรไทย)
ส่วนการจ่ายเงิน ไม่ต้องกังวล เพราะใส่ PIN (รหัสผ่าน) ได้ เพื่อยืนยันการจ่ายเงิน ปลอดภัย (ธนาคารสีเขียวเรียกว่า Quick Pay)
ผู้ขาย จะต้องสมัครบริการของธนาคารก่อน โดยไปที่สาขา (แน่สิ เรื่องเงิน ขอยืนยันตัวตนนิดนึง)
สมัครบริการ K Plus Shop ที่ https://www.kasikornbank.com/th/Apply/KPLUS
โปรโมชั่น
รับเงินคืน 300 บาท ถ้าคนขายแนะนำเพื่อนคนขายด้วยกันมาสมัคร ก็จะได้เงินคืน ยิ่งมีจำนวนเพื่อนที่สมัครเยอะก็จะได้เงินคืนเยอะ เริ่มต้น 500 บาท รายละเอียด https://www.kasikornbank.com/th/personal/Digital-banking/Pages/k-plus-shop.aspx
ทางด้าน SCB ให้บริการภายใต้ชื่อ "แม่มณี" Easy Pay กระตุ้นให้ช้อปไร้เงินสด ช้อป 300 บาท รับเงินคืน 60 บาท โดยเจาะกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าในตลาด ริมถนน ข้างทาง
ฝั่งผู้ขาย SCB มี "แม่มณี" เป็นเพื่อนคู่ใจแม่ค้า ในการรับเงิน โดยพ่อค้า แม่ค้า แสดง QR Code ให้ลูกค้าเอามือถือส่องสแกน ใส่จำนวนเงิน เงินเข้าบัญชี ซึ่งทาง SCB ใช้ LINE Official Account SCB Connect มาช่วยในการคุยกับพ่อค้า แม่ค้า
ทางด้าน ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB ก็มีแอปฯ "เป๋าตุง กรุงไทย" ให้ร้านค้ารับชำระค่าสินค้า/บริการด้วย QR Code
แอปฯ เป๋าตุง กรุงไทย เนี่ยเอาไว้ให้ร้านค้าสร้าง QR Code ส่วนผู้ซื้อ ใช้แอป KTB Netbank ครับ
ดูๆ แล้วทุกธนาคาร จะต้องใช้แอปฯ ทั้งคนขายสร้าง QR Code และคนซื้อใช้บริการ Mobile Banking บนมือถือ ซึ่งวิธีจะคล้ายๆ กันก็คือ ร้านค้า ไปเปิดบริการสร้าง QR Code แต่ละธนาคารจะมีแอปฯ เฉพาะสำหรับผู้ขาย ส่วนคนซื้อ ก็ใช้แอป Mobile Banking ของธนาคารนั้นๆ
ธนาคารออมสิน หรือ GSB มีแอปฯ GSB Pay Merchant สำหรับผู้ขาย สร้าง QR Code โดยหลักการก็คือ ร้านค้าสร้าง QR Code แทนเครื่องรูดบัตร แทนเลขบัญชี PromptPay ของร้านค้า จากนั้น ใช้แอปฯ GSB Pay Merchant เพื่อตรวจสอบรายการขายสินค้า แล้วก็ต้องมีแอปฯ MyMo GSB เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของยอดเงิน
เปิดบริการ mPAY My Code ไม่ต้องพกเงินสด โดยจับมือเครือเซ็นทรัล ให้ร้านค้าในเซ็นทรัล รองรับการใช้ QR Code จ่ายเงินผ่าน mPAY แต่สำหรับบัญชี e-Wallet แบบนี้ จะไม่ใช่บัญชีเงินฝากแบบของธนาคาร แต่เป็นการเติมเงินเข้าไป หรือผูกกับบัญชีธนาคารอีกทีนึง โดยร้านที่รองรับคือเครือ CRG, Zen, Robinson, Tops, McDonald's มีโปรโมชั่นได้ส่วนลด ได้เงินคืน
ก่อนหน้านี้ มีบริการ จ่ายเงินด้วยบาร์โค้ด สักระยะนึงแล้ว โดยให้พนักงาน 7-Eleven ยิงบาร์โค้ด แทนการใช้เงินสด บัญชี TrueMoney Wallet จะไม่ใช่ Mobile Banking แบบธนาคาร แต่เป็นการเติมเงินเข้าไป หรือผูกบัญชีเช่นเดียวกับ mPay สะดวกตรงที่เติมเงินผ่านเซเว่นได้
ล่าสุด TrueMoney Wallet รองรับ Promptpay ผูกกับเบอร์มือถือ หรือบัตรประชาชน ต้องมีการยืนยันตัวตนผ่านตู้ True Money ด้วยบัตรประชาชน (อ่านข้อมูลจากชิปการ์ด)
TrueMoney Wallet รองรับการ "รับเงินผ่าน QR Code" แต่ไม่ใช่การจ่ายเงิน ถ้าจ่ายเงินจะเป็นการจ่ายบิล จ่ายเงินใน 7-Eleven (เป็น Barcode ไม่ใช่ QR Code)
จากที่เล่ามาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า ตอนนี้ทุกแอปฯ ต้องมีเมนูให้กดจ่ายเงินผ่าน QR Code จนกลายเป็นมาตรฐานแล้ว
แม้ว่า QR Code จะเป็นมาตรฐาน แต่ใครจะพิมพ์ QR Code ก็ได้ อันนี้อันตราย เพราะเราจะไม่เห็นเลขบัญชี ธนาคารก็เลยแนะนำผู้ขาย (พ่อค้า แม่ค้า) ดังนี้
สุดท้ายแล้ว การโอนเงินในช่องทางไหนก็ตาม จะต้องตรวจสอบ ชื่อเจ้าของบัญชี จำนวนเงิน ยอดเงินที่เหลือในบัญชีให้ถูกต้อง แม้ว่าเราจะไม่ต้องใช้เงินสด ก็ไม่ต่างจากบัตรเครดิตที่ต้องตรวจสอบยอดเงินที่ใช้ ยอดเงินคงเหลือ ให้ถูกต้อง และเก็บหลักฐานไว้ตรวจสอบย้อนหลัง ส่วนเรื่องความปลอดภัย หากไม่พกเงินสด ก็ต้องหมั่นตรวจสอบยอดเงินออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ เพราะภัยด้านธุรกรรมออนไลน์ก็ชุกชุมมากเช่นกัน
|