ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี
       
   สมัครสมาชิก   เข้าสู่ระบบ
THAIWARE.COM | ทิปส์ไอที
 

หน่วย Nits กับ Lumens คืออะไร ? ทั้งคู่เกี่ยวกับแสง แต่ต่างกันอย่างไร ?

หน่วย Nits กับ Lumens คืออะไร ? ทั้งคู่เกี่ยวกับแสง แต่ต่างกันอย่างไร ?

เมื่อ :
|  ผู้เข้าชม : 1,908
เขียนโดย :
0 %E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2+Nits+%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A+Lumens+%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3+%3F+%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87+%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3+%3F
A- A+
แชร์หน้าเว็บนี้ :

ว่าด้วยเรื่องแสง Nits กับ Lumens แตกต่างกันอย่างไร ?

เวลาที่หาข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของฮาร์ดแวร์ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับความสว่าง เราอาจจะเกิดความสับสนกับหน่วยวัดค่าความสว่าง เพราะมันมีหลายหน่วย มีทั้ง Nits และ Lumens หรือบางครั้งก็อาจเจอ คำว่า Luminance และ Lux ด้วย ซึ่งเราสามารถพบเห็นค่าเหล่านี้ได้ในอุปกรณ์ที่มีแหล่งกำเนิดแสงในตัว ไม่ใช่แค่เพียงพวกหลอดไฟเท่านั้น แต่ในหน้าจอแสดงผลต่าง ๆ ทั้งจอคอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน หรือเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ ก็มีการใช้ค่าเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

บทความเกี่ยวกับ Brightness อื่นๆ

ในบทความนี้ เราอยากจะมาอธิบายความแตกต่างระหว่าง Nits และ Lumens ให้เข้าใจกันมากขึ้น เวลาอ่านสเปคตอนเลือกซื้อของจะได้ไม่เกิดความสับสน

เนื้อหาภายในบทความ

ค่า Nits คืออะไร ? (What are Nits ?)

หน่วย Nits กับ Lumens คืออะไร ? ทั้งคู่เกี่ยวกับแสง แต่ต่างกันอย่างไร ?
ภาพจาก : https://www.deepskycorp.com/technology/hdr/index.html

ค่า Nits เป็นคำที่ถูกนำมาใช้อยู่เสมอ เมื่อเรากล่าวถึงโทรทัศน์ หรืออุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต มันเป็นหน่วยวัดที่เกี่ยวข้องกับระดับความสว่างของแสงที่ตาของเรามองเห็นในบริเวณที่เฉพาะเจาะจง

ที่มาของค่า Nits นั้นเทียบเท่ากับแสงสว่างที่มาจากเทียนจำนวน 1 เล่ม ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ยกตัวอย่างเช่น หากหน้าจอระบุว่ามีความสว่าง 500 Nits นั่นหมายความว่าหน้าจอดังกล่าวจะมีความสว่างเท่ากับแสงจากเทียนจำนวน 500 เล่ม ที่กระจุกรวมกันอยู่ภายในพื้นที่ 1 ตารางเมตร

คำว่า Candela ก็เป็นอีกคำที่มักจะมาพร้อมกับคำว่า Nits อันที่จริงแล้ว 2 คำนี้สามารถใช้งานได้กันได้ โดย Nits ถือเป็นคำย่อของคำว่า "Candela per square metre" ปัจจุบันนี้ Nits ถูกนำมาใช้เป็นค่ามาตรฐานในโลกของหน้าจอแสดงผล เราสามารถสังเกตได้ว่า เราไม่เคยเห็นโทรทัศน์ หรือสมาร์ทโฟนบอกรายละเอียดของความสว่างหน้าจอด้วยคำว่า Candela เลย จะใช้กันแต่คำว่า Nits เท่านั้น

ความสำคัญของค่า Nits (The Importance of Nits)

โดยพื้นฐานแล้ว Nits ใช้ในการบ่งบอกว่าหน้าจอจะมีความสว่างสูงสุดอยู่ที่เท่าไหร่ ? ซึ่งค่าความสว่างนี้มีผลต่อการมองเห็นภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ และมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการรับชมเนื้อหาแบบ High Dynamic Range (HDR)

ภาพยนตร์ และรายการโทรทัศน์ส่วนใหญ่จะบันทึกการถ่ายทำด้วยความสว่างขั้นต่ำ 400 Nits แต่ในยุคสมัยนี้ก็มีไม่น้อยที่บันทึกการถ่ายทำที่ระดับสูงกว่า 1,000 Nits ภาพยนตร์บางเรื่องมีการบันทึกด้วยความสว่างมากกว่า 4,000 Nits ด้วยซ้ำ

หากหน้าจอแสดงผลที่เราใช้งาน ไม่สามารถแสดงผลความสว่างได้เท่ากับที่ต้นฉบับบันทึกค่ามา ก็จะทำให้เวลารับชมไม่สามารถเห็นภาพในคุณภาพแบบที่ผู้ผลิตต้องการให้เราเห็นได้ ถึงแม้ว่าจะมีขั้นตอนการปรับภาพอย่างชาญฉลาด เพื่อรีดเค้นความสว่างสูงสุดที่หน้าจอรองรับได้ออกมาแล้วก็ตาม

ในเชิงเทคนิค หน้าจอที่มีความสว่างมากกว่า 400 nits ก็รองรับ HDR แล้ว แต่มันก็มีความสว่างน้อยเกินไป ทำให้ไม่รู้สึกถึงความแตกต่างได้มากนัก อย่างน้อยควรจะใช้หน้าจอแสดงผลที่ทำความสว่างได้มากกว่า 600 Nits แต่ถ้าต้องการประสบการณ์ในการรับชม HDR ที่ดีที่สุด ก็ควรจะรับชมผ่านหน้าจอที่รองรับความสว่างอย่างน้อย 1,000 Nits

อย่างไรก็ตาม ค่า Nits เยอะ ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพของภาพจะดีเสมอไป เพราะหากภาพสว่างเกินไป มันก็จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพด้านอื่น ๆ ของภาพได้เช่นกัน สิ่งที่สังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดคือ ความสว่างทำให้สีโดนแสงกลบจนทำให้มองเห็นสีได้ซีดลง และไฟ Backlit ก็ที่สว่างเกินก็สามารถทำให้สีดำที่ควรจะมืดสนิท ดูเป็นสีเทาขึ้นมาแทน

หน่วย Nits กับ Lumens คืออะไร ? ทั้งคู่เกี่ยวกับแสง แต่ต่างกันอย่างไร ?
ภาพจาก : https://www.pcmag.com/news/not-crazy-expensive-alienwares-34-inch-quantum-dot-oled-monitor-gets-1299

ค่า Lumens คืออะไร ? (What are Lumens ?)

สำหรับ Lumens จะหมายถึงปริมาณแสงที่ถูกปล่อยออกมาจากแหล่งกำเนิดแสง อย่างพวกหลอดไฟ ในวงการเครื่องเล่นมัลติมีเดีย ค่า Lumens เปรียบได้กับคู่รักของโปรเจคเตอร์เลยก็ว่าได้ เพราะหลักการทำงานของมันจะเป็นการใช้แสงในการสร้างภาพให้ปรากฏบนฉากรับภาพ ยิ่งแหล่งกำเนิดแสงมีค่า Lumens สูงมากเท่าไหร่ ? ภาพที่ปรากฏบนฉากรับก็ยิ่งสว่างมากขึ้น

ในการเลือกซื้อหลอดไฟ เราจะเลือกจาก ค่า Lumens และค่า Lux ซึ่งเราเคยมีบทความอธิบายไปแล้ว ดังนั้นจะไม่เขียนซ้ำในบทความนี้อีกครั้ง อีกอย่างในบทความนี้เราเปรียบเทียบ Nits และ Lumens ในแง่ของความสว่างในการแสดงผลเป็นหลัก

สำหรับโปรเจคเตอร์ เรามักจะเห็นคำว่า "ANSI lumens" ด้วย โดย ANSI ย่อมาจากคำว่า "American National Standards Institute" (สถาบันมาตรฐานแห่งชาติอเมริกัน) มันเป็นมาตรฐานในการวัดค่า Lumens ที่นำค่าอื่น ๆ มาใช้คำนวณด้วยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีความแม่นยำที่สุด ทั้งนี้ เราอาจไม่เห็นข้อมูลจำเพาะของทั้งสองค่า เพราะผู้ผลิตอาจจะระบุมาเพียงค่าใดค่าหนึ่ง

แต่ถ้าต้องการหาค่าหยาบ ๆ ของค่า ANSI Lumen ก็แนะนำให้นำค่า Lumen มาหารด้วย 2.4 ตัวอย่างเช่น หากโปรเจคเตอร์ระบุว่ามีค่า 3,000 Lumen โดยนำ 3,000/2.4 ก็จะได้เท่ากับ 1,250 ANSI Lumen นั่นเอง

หน่วย Nits กับ Lumens คืออะไร ? ทั้งคู่เกี่ยวกับแสง แต่ต่างกันอย่างไร ?
ภาพจาก : https://www.formovie.com/blogs/news/how-ansi-lumens-affects-your-viewing-experience

ความสำคัญของค่า Lumens (The Importance of Lumens)

หลักการทำงานในการแสดงผลของเครื่องโปรเจคเตอร์มีความแตกต่างจากจอโทรทัศน์, คอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต เพราะอย่างหลัง แสงจะส่องจากแหล่งกำเนิดแสงเข้าหาเราโดยตรง ในขณะที่โปรเจคเตอร์จะฉายแสงเข้าไปที่ฉากรับ ดังนั้น ความสว่างของแสงจะต้องมีความแรงพอที่จะภาพจะยังคงสามารถรับชมได้อย่างชัดเจน และไม่ถูกแสงอื่นรบกวน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมภายในโรงภาพยนตร์ถึงต้องจัดสภาพแสงให้มืดสลัว

ความสว่างที่โปรเจคเตอร์ทำได้มักแปรผันกับราคา โดยยิ่งแพงก็ยิ่งสว่าง สำหรับการใช้งานตามบ้านมักจะมีความสว่างอยู่ที่ประมาณ 1,500 - 2,000 Lumens เท่านั้น ซึ่งมันเพียงพอต่อการใช้งานทั่ว หรือในภาคธุรกิจที่เอาไว้พรีเซนต์สไลด์งาน แต่ถ้านำมาใช้รับชมภาพยนตร์ ทำโรงภาพยนตร์ภายในบ้านก็จะไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก ควรเลือกที่ทำได้ 1,800 ANSI lumens ขึ้นไป เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด

อย่างไรก็ตาม Lumens ก็เหมือนกับ Nits สว่างมาก แต่ไม่มีระบบจัดการแสงที่ดี ก็สามารถทำร้ายคุณภาพโดยรวมของภาพได้เช่นกัน อาจทำให้สีซีด, และสีดำไม่มืดสนิท ส่งผลต่อความคมชัดได้

Nits กับ Lumens แตกต่างกันอย่างไร ? (What is the difference between Nits and Lumens ?)

Nits ใช้ในการอธิบายความสว่าง (Luminance หรือ Brightness) ของวัตถุ ในขณะที่ Lumens หรือ ANSI lumens ใช้ในการวัดค่าว่ามีปริมาณแสงที่ส่งออกมามากขนาดไหน ? หากยังงง ลองดูภาพประกอบด้านล่างนี้ น่าจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

หน่วย Nits กับ Lumens คืออะไร ? ทั้งคู่เกี่ยวกับแสง แต่ต่างกันอย่างไร ?
ภาพจาก : https://comparedisplays.com/10/what-is-a-nit-and-how-many-make-a-bright-display

หากเรามองไปที่ดวงอาทิตย์ ความสว่างของดวงอาทิตย์เราจะวัดค่าเป็น Nits ในขณะที่แสงจันทร์ที่เกิดจากการสะท้อนแสงมาจากดวงอาทิตย์ เราจะวัดความสว่างของแสงจันทร์ด้วยค่า Lumens นั่นเอง

สรุปอีกที หน่วยวัดทั้งสองใช้ในการวัดปริมาณแสง โดย Lumens คือบอกปริมาณแสงที่ถูกปล่อยออกมา ส่วน Nits จะบอกว่าแสงที่มองเห็นสว่างขนาดไหน ?

วิธีแปลงค่า Nits และ Lumens (How to convert between Nits and Lumens ?)

ถึงแม้ว่าค่า Nits และ Lumens จะเป็นค่าที่แตกต่างกัน แต่สามารถใช้สมการคณิตศาสตร์แปลงสองค่านี้กลับไปกลับมาได้นะ เผื่อนำไปใช้ในการเปรียบเทียบความสว่างระหว่างหน้าจอโทรทัศน์ กับเครื่องโปรเจคเตอร์ 

โดยอัตราการแปลงค่าจะอยู่ที่

  • 1 Nit = 3.426 Lumens
  • 1 Lumen = 0.29 Nits

ก็จะเห็นได้ว่า 1 Nits นั้น มีค่าสว่างกว่า 1 Lumens นะ

ตารางเปรียบเทียบ Lumens กับ Nits

Lumen

Nits

500

146

1,000

292

1,713

500

2,000

583

2,570

750

3,426

1,000

ที่มา : quickandeasylighting.com , www.inhouseav.com.au , riverdi.com , www.whathifi.com

0 %E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2+Nits+%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A+Lumens+%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3+%3F+%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87+%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3+%3F
แชร์หน้าเว็บนี้ :
Keyword คำสำคัญ »
เขียนโดย
ระดับผู้ใช้ : Admin    Thaiware
แอดมินสายเปื่อย ชอบลองอะไรใหม่ไปเรื่อยๆ รักแมว และเสียงเพลงเป็นพิเศษ
 
 
 

ทิปส์ไอทีที่เกี่ยวข้อง

 


 

แสดงความคิดเห็น