ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี
       
   สมัครสมาชิก   เข้าสู่ระบบ
THAIWARE.COM | ทิปส์ไอที
 

Crypto Scam คืออะไร ? มีกี่ประเภท พร้อมวิธีการรับมือและแจ้งเบาะแส

Crypto Scam คืออะไร ? มีกี่ประเภท พร้อมวิธีการรับมือและแจ้งเบาะแส
ภาพจาก : www.freepik.com
เมื่อ :
|  ผู้เข้าชม : 10,610
เขียนโดย :
0 Crypto+Scam+%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3+%3F+%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97+%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AA
A- A+
แชร์หน้าเว็บนี้ :

Crypto Scam คืออะไร ? มีกี่ประเภท พร้อมวิธีการรับมือและแจ้งเบาะแส

ในช่วงที่ตลาด Crypto และวงการ Blockchain นั้นเติบโตขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งนั้นก็ทำให้มันเป็นตลาดอีกแห่งที่ดึงความสนใจจากนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาในวงการและพากันทุ่มเงินลงไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อมีเงินจำนวนมากไหลเวียนอยู่ในระบบแล้วมันก็ย่อมจะดึงดูด “ผู้ไม่หวังดี” ที่จะมาหลอกเอาเงินไปด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา โดยเฉพาะในหมู่ผู้ลงทุนมือใหม่ ดังนั้นในบทความนี้เราจึงจะมาพูดถึง Crypto Scam หรืออาชญากรรมในวงการคริปโตกัน

บทความเกี่ยวกับ Cryptocurrency อื่นๆ

Crypto Scam คืออะไร ?
ภาพจาก : https://vpnoverview.com/privacy/finance/bitcoin-and-cryptocurrency-Scam/

เนื้อหาภายในบทความ

Crypto Scam คืออะไร ?

Crypto Scam หรือ Cryptocurrency Scam หมายถึงการก่ออาชญากรรมในวงการคริปโต เป็นการ ก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime) รูปแบบหนึ่งที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน โดยผู้ไม่หวังดีเหล่านี้ก็มีวิธีการมากมายที่จะหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงิน หรือ เงินที่เป็นสกุลเงินคริปโต (Cryptocurrency) ที่ถืออยู่มาเข้ากระเป๋าตัวเองได้เป็นจำนวนมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม : วิธีป้องกันตนเอง จากภัยคุกคามทางออนไลน์ และอาชญากรรมทางไซเบอร์

Crypto Scam มีกี่ประเภท ?

สำหรับประเภทของ Crypto Scam นั้นก็มีด้วยกันหลายประเภท ทั้งที่หลาย ๆ คนน่าจะคุ้นเคยกันดีและการหลอกลวงในรูปแบบใหม่ ๆ โดยคร่าว ๆ แล้วสามารถแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ราว ประเภท ดังนี้

1. Phishing Scam

การหลอกลวงรูปแบบคลาสสิกอย่าง ฟิชชิง (Phishing) นั้นก็ลามมาถึงตลาด Crypto แล้วด้วยเช่นกัน ซึ่งมันอาจมาในรูปแบบของการยิงลิงก์เว็บไซต์หรือลิงก์การดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมผ่านอีเมล โดยแอบอ้างเป็นบริษัทที่น่าเชื่อถือและสร้างหน้าตาเว็บไซต์และรูปแบบอีเมลให้เหมือนกับของบริการ Crypto นั้น ๆ เพื่อหลอกให้ผู้ใช้ทำการล็อกอินเข้าใช้งานด้วยความเคยชิน หรืออาจมาในรูปแบบของการ “บริการช่วยเหลือ (Technical Support)” ที่หลอกให้ผู้ใช้ทำการกรอกรหัสผ่านลงในเว็บไซต์ปลอมของตนเองและขโมยแอคเคาท์ไปใช้งาน หรือขโมย Crypto ไปจนหมดได้

ข้อมูลเพิ่มเติม : Phishing คืออะไร ? พบกับการหลอกลวงแบบฟิชชิง 8 รูปแบบ ที่เราควรรู้จักเอาไว้

สไลด์รูปภาพ

 Phishing ScamPhishing ScamPhishing Scam

ภาพจาก : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/trust-wallet-metamask-crypto-wallets-targeted-by-new-support-scam/

2. หลอกให้ลงทุน (Investment Scam)

การหลอกให้ลงทุนอาจมาในรูปแบบของ “เหรียญ (Coin) หรือโทเคน (Token) Cryptocurrency” ที่กำลังจะเปิดตัวใหม่ และมีคำชักชวนให้ลงทุนที่น่าสนใจอย่าง “โอกาสการเป็นเศรษฐีมาถึงแล้ว” หรือ “เปิดขายเพียงครั้งเดียวเท่านั้น !”

ข้อมูลเพิ่มเติม : Crypto Coin กับ Crypto Token คืออะไร ? เหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร ?

ซึ่งการหลอกลวงในรูปแบบนี้อาจอ้างตัวเป็นบริษัท Startup หน้าใหม่ หรืออาจแอบอ้างชื่อของบริษัทดังเข้ามาเพื่อดึงความสนใจหรือเพิ่มความน่าเชื่อถือของตนเอง เช่น การแอบอ้างว่าเป็น Crypto Coin ของ “Squid Game” ซีรีส์ชื่อดังจากค่าย Netflix ที่เป็นบริการที่ไม่มีอยู่จริง และได้เชิดเงินหนีไปกว่า 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือกว่า 111 ล้านบาท)

หลอกให้ลงทุน (Investment Scam)
ภาพจาก : https://feedzai.com/blog/what-can-banks-learn-from-the-squid-game-crypto-scam/

และบางครั้งอาจพบการหลอกลวงแบบ “ดาวน์ไลน์” ที่หลอกให้เหยื่อหลงเชื่อและร่วมลงทุนด้วย จากนั้นให้เหยื่อทำการชักชวนเพื่อนหรือคนรู้จักเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนเพื่อรับผลตอบเทนนั้น ๆ เพื่อรับผลประโยชน์จากการลงทุน หรือเป็นการหลอกล่อว่าเป็นบริการที่ให้ผลตอบแทนสูงจนเหลือเชื่อ และอาจมีหน้าเว็บไซต์หลอกลวงว่าเงินที่ลงทุนไปนั้นได้ผลตอบแทนที่ดีจริงและทำให้เหยื่อหลงเชื่อและไปชักชวนเพื่อนมาร่วมลงทุนด้วย แต่เมื่อจะถอนเงินออกกลับพบว่าไม่สามารถถอนออกมาได้จริง 

3. หลอกให้สมัครบริการ (Service Scam)

อีกหนึ่งประเภทของ Crypto Scam ที่พบได้บ่อย ซึ่งส่วนมากแล้วเหยื่อของผู้ที่ถูกหลอกลวงในประเภทนี้มักเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ที่ยังไม่มีความเข้าใจในตลาด Crypto มากพอ เพราะมันอาจมาในรูปแบบของ “ที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Consultant)” ที่กล่าวอ้างว่าจะช่วยตรวจเช็คผลการลงทุนและช่วยดูแลการเทรด Crypto โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของนักลงทุนเป็นหลักและหลอกให้ทำการ “สมัครบริการ” นี้

และเมื่อเหยื่อหลงเชื่อและอนุญาตให้เข้าถึงพอร์ตได้แล้วก็จะทำการขโมยแอคเคาท์พร้อมเงินทั้งหมดหนีไป หรือบังคับให้จ่าย “ค่าปรับ” เพื่อคืนแอคเคาท์ให้ (ส่วนมากมักหลอกให้จ่ายเงินโดยไม่คืนแอคเคาท์ให้ด้วย)

หลอกให้สมัครบริการ (Service Scam)
ภาพจาก : https://mashable.com/article/cryptocurrency-crime-ponzi-schemes-2019-report

หรืออาจมาในรูปแบบของคอร์สเรียนเกี่ยวกับการลงทุนในตลาด Crypto ให้ได้ผลงอกเงย โดยหลอกให้สมัครลงคอร์สเรียนหรือหลอกว่าจะส่ง “ทริคการเล่นให้ได้กำไร” ให้กับเหยื่อหากโอนเงินหรือ Crypto ให้กับตนเอง

4. หลอกว่าจะให้เงิน / โทเคนฟรี (Giveaway Scam)

Crypto Scam ในประเภทนี้มักแอบอ้างชื่อของคนดังหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงโดยการสร้างแอคเคาท์โซเชียลมีเดียปลอม ๆ ขึ้นมาและทำการโพสต์หรือส่งข้อความ Direct Message ไปหาเหยื่อว่าจะทำการ “แจกเงินหรือโทเคนของ Crypto ให้แบบฟรี ๆ” โดยให้ผู้ที่สนใจรับสิทธิทำการยืนยันตัวตนโดยการจ่าย “ค่าธรรมเนียม” ผ่าน Crypto wallet ก่อนจึงจะโอนเงินหรือโทเคนเข้าไปใน Wallet ของเหยื่อ ซึ่งเมื่อเหยื่อทำการโอนเงินค่าธรรมเนียมให้แล้วก็จะเงียบหายไป

หลอกว่าจะให้เงิน / โทเคนฟรี (Giveaway Scam)
ภาพจาก : https://sea.pcmag.com/security/47302/how-to-avoid-cryptocurrency-Scam

โดยจากการรายงานพบว่ามีการหลอกลวงในรูปแบบนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจในช่วงปีที่ผ่านมานี้ และในช่วงเดือนมีนาคมของปี ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564) นั้นได้มี Cryptocurrency ถูกโอนเข้าไปในบัญชีปลอมที่แอบอ้างว่าตนเองเป็น Elon Musk ถึง 20 ล้านดอลลาร์ (หรือกว่า 677 ล้านบาท) เลยทีเดียว

5. การข่มขู่ (Extortion Scam)

Crypto Scam ที่ใช้การข่มขู่เหยื่อนั้นส่วนมากจะทำการส่งข้อความหรืออีเมลมาก่อกวนและบอกว่าจะทำการขายข้อมูลส่วนตัว เช่น รหัสผ่านหรือข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ผิดกฎหมายของเหยื่อ โดยอาจแสดงให้เห็นถึงรหัสผ่านหรือประวัติการเข้าใช้งานเว็บไซต์ของเราที่เจาะระบบเข้าไปได้และระบุว่ามีข้อมูลมากกว่าที่แสดงให้เห็น ทำให้เหยื่อที่ไม่ต้องการให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลจำต้องโอน Crypto ไปให้เพื่อแลกกับการปกปิดข้อมูล

การข่มขู่ (Extortion Scam)
ภาพจาก : ภาพจาก : https://www.maplerun.org/o/ecp/article/238252

6. DeFi Scam

DeFi Scam หรือที่ย่อมาจากคำว่า Decentralized Finance Scam นั้นเป็นการจารกรรมทางการเงินที่ผู้ไม่หวังดีทำการแอบอ้างว่าตนเองเป็น “เว็บไซต์ตัวกลาง” ที่ให้ความช่วยเหลือในการทำธุรกรรมทางการเงินโดยเสนอทางเลือกในการชำระเงินให้กับผู้ที่ต้องการลงทุนแต่ไม่มีบัญชีของบริการที่รองรับการสมัครบริการต่าง ๆ โดยส่วนมากแล้ว DeFi Scam มักรองรับวิธีการชำระเงินหลากหลายรูปแบบเพื่อให้เหยื่อสนใจและเลือกลงทุนหรือใช้บริการแลกเปลี่ยน Cryptocurrency ผ่านผู้ให้บริการนี้ จากนั้นก็ม้วนเสื่อหอบเงินหนีไปโดยที่ไม่ได้นำเอาเงินไปแลกเปลี่ยนตามที่กล่าวอ้างไว้แต่อย่างใด

7. Romance Scam

หลังจากที่บริการ Dating Service จำพวก Dating App และเว็บไซต์หาคู่ต่าง ๆ นั้นกลายมาเป็นอีกแพลทฟอร์มที่มีผู้ใช้จำนวนมาก ทำให้มีผู้ไม่หวังดีแฝงตัวเข้ามาในวงการนี้และหลอกให้เหยื่อทำการลงทุนใน Cryptocurrency ที่ไม่มีอยู่จริง (Investment Scam) หรือการแอบอ้างว่าจะช่วยเป็นตัวกลางในการลงทุน Crypto รวมไปถึงการหลอก “ยืม” เงินหรือ Crypto ต่าง ๆ โดยสัญญาว่าจะคืนภายหลัง และหลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้ากระเป๋าตนเอง ซึ่งจากรายงานของหน่วยงานดูแลกำกับการค้าของสหรัฐอเมริกา FTC (Federal Trade Commission) ได้ระบุว่าพบ Romance Scam ถึง 20% ของ Crypto Scam ทั้งหมด

Romance Scam
ภาพจาก : https://atamerlawfirm.com/international-romance-scam/

นอกจากนี้ ยังมีการหลอกลวงในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันแต่เป็นการแอบอ้างเป็นบุคคลที่เหยื่อรู้จักโดยบอกว่าลืมรหัสเดิมของโซเชียลมีเดียนั้น ๆ หรือใช้ชื่อของคนที่เหยื่อรู้จักมาสวมรอยเป็นบุคคลนั้นและหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อจนเสียเงินหรือ Crypto ไปเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน

วิธีรับมือและหลีกเลี่ยง Crypto Scam

1. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของที่อยู่เว็บไซต์ทุกครั้งก่อนล็อกอิน

และไม่ควรคลิกลิงก์ที่แนบมากับอีเมล เพราะอาจเป็นอีเมลที่เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน Phishing ได้ ทางที่ดีควรตรวจสอบการสะกดของ URL ให้ดีก่อนลงชื่อเข้าใช้งาน เพราะอาจมีการสะกดผิด เช่น บางเว็บไซต์ก็อาจใช้ตัว “o (โอ)” แทนเลข “0 (ศูนย์)” หรือใช้เลข “1” (หนึ่ง) / “l (L พิมพ์เล็ก)” แทน i (ไอ) ได้ หรือบางเว็บไซต์ก็อาจใช้งาน “http” ที่มีความปลอดภัยต่ำกว่า “https” ได้อีกด้วย

ตรวจสอบความถูกต้องและความปลอดภัยในการเข้าใช้งานเว็บไซต์
ภาพจาก : https://cryptotips.eu/en/blog/top-6-cryptocurrency-scam-methods/

และไม่ควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่านลิงก์ที่แนบมาในอีเมล แต่ให้ใช้วิธีการ “ค้นหาผ่าน App Store หรือ Google Play Store” แทน เพื่อที่จะได้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแอปพลิเคชันนั้น ๆ ก่อนตัดสินใจดาวน์โหลด โดยอาจดูจากชื่อบริษัทผู้พัฒนาที่ทำการลงแอปพลิเคชันว่าเป็นบริษัทของบริการนั้น ๆ โดยตรง หรือดูจาก “ยอดการดาวน์โหลดและรีวิวการใช้งาน” เพราะหากเป็นแอปพลิเคชันปลอมก็จะสังเกตได้ว่ามียอดการดาวน์โหลดและการรีวิวที่แย่กว่าอย่างเห็นได้ชัด หรือถ้าเป็นแอปพลิเคชันติดตามข่าวสารเกี่ยวกับตลาด Crypto ก็ควรหาข้อมูลความน่าเชื่อถือของแอปพลิเคชันก่อนกดติดตั้งใช้งาน

ดูรีวิวก่อนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
ภาพจาก : https://news.bitcoin.com/10000-people-downloaded-fake-cryptocurrency-apps/

2. ไม่อนุญาตให้ Technical Support ทำการ Remote มาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา

เพื่อแก้ไขปัญหาเทคนิคต่าง ๆ เพราะอาจทำให้เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ บนเครื่องของเราทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่เป็นความลับอื่น ๆ ได้ อีกทั้งบริการ สนับสนุนทางเทคนิค (Technical Support) ส่วนมากก็มักไม่มีการ Remote มาแก้ไขอาการผิดปกติภายในเครื่องของลูกค้าอีกด้วย

3. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ชักชวนให้ลงทุนบริการใหม่ ๆ

สำหรับการหลีกเลี่ยง Investment Scam, Service Scam และ Romance Scam นั้นก็ให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ที่ชักชวนให้ลงทุนในบริการใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นหู โดยอาจนำเอาชื่อ Crypto หรือบริการที่ถูกชักชวนให้ลงทุนหรือสมัครใช้งานไปค้นหาใน Google เพื่อศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ และไม่ควรไว้ใจให้บุคคลที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานยืมเงิน / Token หรือหากแอบอ้างเป็นคนรู้จักก็ควรลองสอบถามเพิ่มเติมว่าใช่บุคคลนั้นจริงหรือไม่ เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพที่สวมรอยเป็นคนรู้จักมาพูดคุยได้นั่นเอง

เลี่ยง Romance Scam
ภาพจาก : https://www.snbonline.com/about/news/how-to-detect-an-online-romance-scam

4.  อย่าเห็นแก่ “ของฟรี” และกำไรในชั่วข้ามคืน

เพราะอะไรที่ดูดีจน “เกินจริง” ก็มีความเป็นไปได้ว่ามันจะ “ไม่ใช่เรื่องจริง” ดังนั้นหากเห็นข้อความการแจก Token หรือ Coin ต่าง ๆ ก็ให้สงสัยว่าน่าจะเป็น Giveaway Scam อย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับแอคเคาท์ที่ใช้ชื่อเหมือนหรือคล้ายคลึงกับคนดังต่าง ๆ ที่ออกมาโพสต์ข้อความเหล่านี้ เพราะส่วนมากแล้วมักจะหลอกให้โอนเงินจำนวนหนึ่งเข้าบัญชีเพื่อเป็นการรับสิทธิ หรืออาจเป็นการแจกโค้ดแลก Token คืนโดยอ้างว่าจะได้ Token คืนเป็น 2 เท่าจาก Token ที่จ่ายไป

อย่าหลงเชื่อ Investing Scam
ภาพจาก : https://sea.pcmag.com/security/47302/how-to-avoid-cryptocurrency-Scam

5. หากพบเห็นรหัสผ่านหรือข้อมูลส่วนตัวในอีเมลข่มขู่ ให้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านทันที

หากยังใช้งานรหัสเดิม หรือถ้าเป็นรหัสผ่านเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก เพราะส่วนมากแล้วมักจะมีข้อมูลตามที่ส่งมาข่มขู่ ไม่ได้มีข้อมูลเชิงลึกหรือรหัสผ่านใหม่ และแจ้งว่าเป็นอีเมล Spam รวมทั้งสามารถแจ้งความเอาผิดเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายได้

แจ้งเบาะแสผ่านเว็บไซต์ DSI
ภาพจาก : https://register.dsi.go.th/

6. ตรวจสอบบริการ DeFi ว่าเป็นบริการที่เปิดใช้งานจริงและมีความน่าเชื่อถือก่อนลงเงิน

โดยอาจค้นหาผ่าน Google หรือเครื่องมือค้นหา (Search Engine) ตัวอื่น ๆ เพื่อศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับบริการ DeFi และทางที่ดีควรสมัคร Crypto ต่าง ๆ ด้วยตัวเองโดยไม่ผ่านตัวกลาง (หากไม่มีช่องทางการทำธุรกรรมทางการเงินที่รองรับของบริการนัั้น ๆ ก็ลองมองหา Crypto ตัวอื่นเล่นแทนก็ได้)

วิธีการรายงานแจ้งเบาะแส Crypto Scam

หากพบเห็นข้อความ, อีเมล หรือบริการที่สงสัยว่าอาจเป็น Crypto Scam ก็สามารถแจ้งรายงานเบาะแสไปที่ เว็บไซต์กรมสอบสวนพิเศษ (Department of Special Investigation - DSI) หรือจะติดต่อกับ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ที่กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โทรศัพท์ 02-142-2831 หรือที่สายด่วนกรมสอบสวนพิเศษ โทรศัพท์ 1202


ที่มา : sea.pcmag.com , help.coinbase.com , www.financialexpress.com , time.com , www.kaspersky.com , www.investopedia.com , www.ftc.gov , vpnoverview.com , feedzai.com , www.dsi.go.th

0 Crypto+Scam+%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3+%3F+%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97+%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AA
แชร์หน้าเว็บนี้ :
Keyword คำสำคัญ »
เขียนโดย
สมาชิก : Member    สมาชิก
ตัวเม่นผู้รักในการนอน หลงใหลในการกิน และมีความใฝ่ฝันจะเป็นนักดูคอนเสิร์ตแต่เหมือนศิลปินที่ชื่นชอบจะไม่รับรู้ว่าโลกนี้มียังประเทศไทยอยู่..
 
 
 

ทิปส์ไอทีที่เกี่ยวข้อง

 


 

แสดงความคิดเห็น