ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี
       
   สมัครสมาชิก   เข้าสู่ระบบ
THAIWARE.COM | ทิปส์ไอที
 

Widevine DRM คืออะไร ? หนึ่งในสาเหตุที่ทำไมดู Netflix, Disney+ ยังไงก็ไม่ชัด

Widevine DRM คืออะไร ? หนึ่งในสาเหตุที่ทำไมดู Netflix, Disney+ ยังไงก็ไม่ชัด

เมื่อ :
|  ผู้เข้าชม : 6,302
เขียนโดย :
0 Widevine+DRM+%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3+%3F+%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B9+Netflix%2C+Disney%2B+%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%94
A- A+
แชร์หน้าเว็บนี้ :

Widevine DRM คืออะไร ?

การรับชมภาพยนตร์ หรือซีรีส์ในยุคนี้ คงไม่ค่อยมีใครซื้อ หรือเช่าแผ่นมาดูกันแล้วล่ะมั้ง น่าจะดูผ่านบริการสตรีมมิ่งกันหมดแล้ว ซึ่งทุกวันนี้มีให้เลือกใช้บริการเพียบ เช่น Netflix, Disney+, WeTV, VIU ฯลฯ

บทความเกี่ยวกับ Google อื่นๆ

ถ้าหากใครพบปัญหาเวลารับชมแล้วภาพมันไม่คมชัด ทำอย่างไรก็ไม่สามารถเพิ่มความละเอียดของวิดีโอได้ ทั้งที่ทั้งสเปคฮาร์ดแวร์ และความเร็วของอินเทอร์เน็ตก็สมบูรณ์แบบ

ความจริงแล้วปัญหาที่คุณกำลังเผชิญอยู่ อาจจะเป็นผลมาจากการที่อุปกรณ์ของคุณไม่รองรับระบบ Widevine DRM ก็เป็นได้

ข้อมูลเพิ่มเติม : DRM (Digital Rights Management) คืออะไร ? ทำไมหลายคนถึงเกลียดมัน ?

และในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักว่า "Widevine DRM คืออะไร ?" ทำไมถึงสำคัญต่อการรับชมวิดีโอความละเอียดสูง เราจะมาอธิบายให้เข้าใจกัน เริ่มกันเลย

เนื้อหาภายในบทความ

Widevine DRM คืออะไร ? (What is Widevine DRM ?)

สำหรับ Widevine DRM เป็นระบบเข้ารหัสเพื่อคุ้มครองเนื้อหาจากการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ได้รับความนิยมในการเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยบริษัทสตาร์ทอัป Internet Direct Media แต่ Google ได้เข้าซื้อกิจการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) และดูแลพัฒนามาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งตั้งแต่ Google ครอบครอง Widevine มันก็เลยถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์หลายอย่าง Goolge เช่น Chrome, Android Mobile และ Android TV

โดย Widevine DRM เป็นระบบ DRM ที่ถูกใช้อย่างกว้างขวางในการเข้ารหัสเนื้อหาระดับพรีเมียมที่เผยแพร่ผ่าน เว็บเบราว์เซอร์ อย่างเช่น Google Chrome, Mozilla Firefox, Microsoft Edge ฯลฯ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือคัดลอกเนื้อหาไปแจกจ่าย

คุณอาจเคยสังเกตพบว่าอุปกรณ์ Android บางรุ่น หรือเว็บเบราว์เซอร์ ไม่สามารถเล่นบริการสตรีมมิ่งอย่าง Netflix, Disney+ ฯลฯ ที่ความละเอียดระดับสูง ความละเอียด Full HD (1080p) หรือสูงกว่าได้ นั่นก็เพราะว่าเทคโนโลยี Widevine DRM นั้นจะปิดกั้นไม่ให้ อุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยต่ำ สามารถเล่นเนื้อหาความละเอียดสูงได้ เพื่อลดความเสียหาย การสูญเสียรายได้ที่เกิดขึ้นจากการถูกละเมิดลิขสิทธิ์

โดยคุณสมบัติของ Widevine ได้รับการพัมฒาให้สามารถทำตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของเนื้อหาดังต่อไปนี้

  • Encrypted Media Extensions (EME) :ข้อกำหนดของ W3C สำหรับการจัดหาช่องทางการสื่อสารระหว่างเว็บเบราว์เซอร์ และซอฟต์แวร์ Content Decryption Module เพื่อใช้การจัดการสิทธิ์ดิจิทัล ซึ่งช่วยให้สามารถใช้วิดีโอ HTML5 เพื่อเล่นเนื้อหาที่มี DRM ได้เช่น บริการวิดีโอสตรีมโดยไม่ต้องใช้ปลั๊กอินสื่อของบริษัทอื่น เช่น Adobe Flash หรือ Microsoft Silverlight (ทั้งคู่หยุดพัฒนาไปแล้ว)
  • Common Encryption (CE)
    • ISO/IEC 23001-7 - การเข้ารหัสทั่วไปในไฟล์ที่มีรูปแบบเป็นไฟล์มีเดีย ISO
    • ISO/IEC 23001-9 - การเข้ารหัสทั่วไปของการสตรีมแบบ MPEG-2

จากคุณสมบัติที่ว่ามา ทำให้ Widevine DRM ถูกใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายจากแพลตฟอร์มประเภท Over-the-top media service (OTT) อย่าง YouTube, Netflix, Prime Video, Disney+, Paramount+, Hulu ฯลฯ

ประเภทของ Widevine DRM

Widevine DRM ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้

Widevine Classic

ถือเป็น Widevine เวอร์ชันเก่า ที่ปัจจุบันมีใช้งานแค่ในสมาร์ททีวี และ สมาร์ทโฟน แอนดรอยด์รุ่นเก่า ๆ ที่เป็นเวอร์ชัน 3.1 ~ 5.1 เท่านั้น ปัจจัยสำคัญในการทำงานของมันคือ ตัวเนื้อหาจะต้องอยู่ในรูปแบบของมาตรฐาน .WVM เท่านั้น ซึ่งเป็นมาตรฐานประเภท Proprietary

อุปกรณ์รุ่นใหม่ในปัจจุบันนี้ จะไม่รองรับการทำงานของ Widevine Classic เนื่องจากทาง Google ได้ออก Widevine เวอร์ชันใหม่ออกมาให้ใช้งานแล้ว

Widevine Modular

Widevine Modular เป็น Widevine เวอร์ชันที่ถูกใช้งานอยู่ในปัจจุบัน มันรองรับโปรโตคอลสำหรับบริการสตรีมมิ่งได้หลายมาตรฐาน ทั้ง MPEG-DASH, HLS, MSS, CMAF, CENC, HTML5 EME & MSE

ขั้นตอนการทำงานของ Widevine DRM

  1. Encryption (เข้ารหัส) : เจ้าของเนื้อหาจะทำการเข้ารหัสไฟล์เสียง หรือวิดีโอ โดยใช้เทคโนโลยี Widevine ในการทำงาน ซึ่งมันจะสร้าง Unique key ขึ้นสำหรับอุปกรณ์ และการเข้ารับชม ด้วยเทคนิคนี้ ทำให้เนื้อหาจะไม่สามารถเล่นบนอุปกรณ์เครื่องอื่นที่มี Unique key ที่ถูกต้องสำหรับใช้ถอดรหัสได้
  2. License Acquisition (การรับใบอนุญาต) : เมื่อผู้ใช้งานต้องการเล่นเนื้อหาที่ถูกเข้ารหัส อุปกรณ์จะส่งคำขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ จากนั้น เซิร์ฟเวอร์จะทำการตรวจสอบตัวตนของผู้ใช้ และกฏข้อบังคับในการเล่นเนื้อหาว่าถูกต้องหรือไม่ หากถูกต้อง เซิร์ฟเวอร์ก็จะส่ง Unique key ที่ใช้ในการถอดรหัสกลับมาให้
  3. Decryption (ถอดรหัส) : เมื่อผู้ใช้ได้รับการยืนยันสิทธิ์ในการเล่นเนื้อหาแล้ว กระบวนการถอดรหัสจึงจะเริ่มต้นขึ้นโดยใช้ Unique key ที่ได้รับมา
  4. Playback (การเล่น) : หลังจากถอดรหัสเสร็จ ผู้เล่นจะสามารถรับชมเนื้อหาได้ทันที อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่กำลังเล่นเนื้อหาอยู่ ตัวอุปกรณ์จะมีการส่งคำขอไปยังเซิร์ฟเวอร์เพื่อตรวจสอบสิทธิ์ในการเล่นเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ มันยังมีอำนาจในการจำกัดการใช้เนื้อหาด้วย เช่นจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ หรือจำกัดระยะเวลาที่สามารถรับชมเนื้อหา

Widevine DRM คืออะไร ? หนึ่งในสาเหตุที่ทำไมดู Netflix, Disney+ ยังไงก็ไม่ชัด
ภาพจาก : https://pallycon.com/blog/what-is-google-widevine-drm-and-how-does-it-work/

องค์ประกอบของระบบ Widevine DRM

เมื่อเรารู้ขั้นตอนการทำงานของ Widevine DRM แล้ว เรามาต่อกันที่องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ Widevine DRM สามารถทำงานได้กันด้วยเลยดีกว่า โดยมันมี 3 องค์ประกอบหลัก ประกอบไปด้วย

  1. Widevine Cloud Licensing Service
  2. License Proxy Server, and
  3. Client Devices

1. Widevine Cloud Licensing Service

ส่วนนี้ ทาง Google เป็นผู้ดูแลโดยตรง มันทำหน้าที่ในการสร้างลิขสิทธิ์ในการรับชม เวลาที่ได้รับคำขอเข้ามาจาก License proxy server และส่งกลับไปให้เซิร์ฟเวอร์ดังกล่าว ส่วนนี้ทาง Google ให้บริการกับลูกค้าระดับองค์กรเท่านั้น

2. License Proxy Server

เปรียบเสมือนตัวกลางระหว่างผู้ใช้งาน กับ Widevine Cloud Licensing Service เพราะผู้ใช้จะไม่ได้ส่งคำขอไปยัง Widevine Cloud Licensing Service โดยตรง แต่อุปกรณ์จะส่ง และรับ Unique key ผ่าน License proxy server

3. Client Device

หมายถึงอุปกรณ์ที่ผู้ใช้ใช้ในการรับชม ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, กล่องทีวี, ทีวี รวมไปถึงเว็บเบราว์เซอร์ด้วย โดยอุปกรณ์ที่สามารถใช้งาน Widevine DRM ได้ จะต้องมีการทำสัญญาเพื่อตรวจสอบคุณภาพ และฮาร์ดแวร์กับทาง Widevine ก่อนด้วย ถึงจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงบริการได้

สำหรับผู้ให้บริการ DRM ที่เป็น บุคคลที่สาม (3rd-Party) ที่ต้องการเข้าถึง License Proxy Server จะต้องผ่านมาตรฐาน และเข้าร่วมกับโปรแกรม Certified Widevine Implementation Partner (CWIP) เสียก่อน

ระดับความปลอดภัยของ Widevine DRM

Widevine DRM นั้นมีความปลอดภัยอยู่ 3 ระดับ คือ L1, L2 และ L3 คุณอาจจะเคยเห็นผู้ผลิตบอกว่า สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต รุ่นนี้รองรับ L1 ในคำโฆษณา นั่นก็เพื่อเป็นการบอกว่า อุปกรณ์ดังกล่าวจะสามารถรับชมเนื้อหาที่ความละเอียดระดับสูงได้นั่นเอง

Widevine DRM คืออะไร ? หนึ่งในสาเหตุที่ทำไมดู Netflix, Disney+ ยังไงก็ไม่ชัด
ภาพจาก : https://help.netflix.com/en/node/116633

L1 หรือ Security Level 1

  • L1 เป็นมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุดของ Widevine โดยการทำงานจะอาศัยระบบถอดรหัสระดับฮาร์ดแวร์ ซึ่งมีความปลอดภัยสูงกว่าการใช้ซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว
  • การถอดรหัส และเรนเดอร์เนื้อหาจะอยู่ภายใต้ข้อกำหนด Trusted Execution Environment (TEE) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เนื้อหาจะได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือเข้าไปยุ่งอะไรกับมันได้
  • ในการรับชมเนื้อหาที่ ความละเอียดระดับ HD (720p) ขึ้นไป อุปกรณ์จะต้องรองรับ L1 ด้วย

L2 หรือ Security Level 2

  • มีแค่การถอดรหัสมีเดียเท่านั้น ทำทำงานบน TEE
  • วิดีโอที่ถอดรหัสรักษาความปลอดภัย แล้วจะส่งไปให้แอปพลิเคชันรับหน้าที่ในถอดรหัส และเรนเดอร์ต่อ

L3 หรือ Security Level 3

  • เป็นมาตรฐานที่มีความปลอดภัยต่ำสุด นิยมใช้ในอุปกรณ์ราคาถูกที่ฮาร์ดแวร์มีประสิทธิภาพต่ำ ไม่รองรับ TEE
  • การถอดรหัสจะใช้ซอฟต์แวร์ในการทำงานเพียงอย่างเดียว (เว็บเบราว์เซอร์ส่วนใหญ่จะใช้ระบบนี้)
  • ผู้ให้บริการเนื้อหาส่วนใหญ่แล้ว จะปิดกั้นไม่ให้สามารถเล่นเนื้อหาความละเอียดสูงในอุปกรณ์ที่ใช้ L3 ในการทำงาน

ทีนี้ ก็น่าจะเข้าใจกันแล้วนะครับ ว่าทำไมบางอุปกรณ์ถึงไม่สามารถรับชมเนื้อหาแบบความละเอียดสูงได้ เหตุผลก็มาจากการที่มันไม่รองรับ L1 และไม่สามารถทำ TEE ได้นั่นเอง


ที่มา : www.vdocipher.com , pallycon.com , www.gumlet.com , ottverse.com , www.widevine.com , www.makeuseof.com

0 Widevine+DRM+%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3+%3F+%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B9+Netflix%2C+Disney%2B+%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%94
แชร์หน้าเว็บนี้ :
Keyword คำสำคัญ »
เขียนโดย
ระดับผู้ใช้ : Admin    Thaiware
แอดมินสายเปื่อย ชอบลองอะไรใหม่ไปเรื่อยๆ รักแมว และเสียงเพลงเป็นพิเศษ
 
 
 

ทิปส์ไอทีที่เกี่ยวข้อง

 


 

แสดงความคิดเห็น