หากพูดถึง "เครื่องพิมพ์เลเซอร์" หรือ "Laser Printer" เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับการทำงานในโลกธุรกิจ แม้ทุกวันนี้เอกสารส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบดิจิทัลกันหมดแล้ว แต่ก็ยังมีงานหลายประเภท และโดยเฉพาะในบ้านเราที่ยังนิยมใช้กระดาษจริงกันอยู่ ทำให้เครื่องพิมพ์ หรือ พรินเตอร์ ก็ยังเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญสำหรับคนทำงานอยู่
Laser Printer เป็นเครื่องพิมพ์ที่มีประสิทธิภาพสูง ดูแลรักษาง่าย แถมยังพิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว และมีความคมชัด บทความนี้จะมาป้ายยา ไม่ใช่สิ จะช่วยให้คุณเข้าใจเครื่องพิมพ์เลเซอร์มากขึ้น ว่ามันคืออะไร ? ทำงานอย่างไร ?
เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน ซึ่งใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ที่แตกต่างจากการทำงานของ เครื่องพิมพ์แบบหัวเข็ม (Dot Matrix Printer) หรือ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท (Inkjet Printer)
โดยเมื่อส่งไฟล์ที่ต้องการพิมพ์ไปยังเครื่องพิมพ์ มันจะใช้แสงเลเซอร์จะสร้างภาพเอกสารบน ลูกกลิ้ง หรือดรัม (Drum) เคลือบเซเลเนียม (Selenium-Coated) ผ่านประจุไฟฟ้า (Electrical Charge) จากนั้นดรัมจะถูกกลิ้งในผงหมึก (Toner) ซึ่งเป็นหมึกแห้งแบบผง ที่ยึดเกาะกับภาพที่วาดด้วยประจุไฟฟ้าบนดรัม ผงหมึกจะถูกถ่ายโอนไปยังกระดาษ และถูกทำให้ยึดติดกับกระดาษผ่านความร้อน และแรงกด
เครื่องพิมพ์เลเซอร์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงกลางทศวรรษที่ ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) ในฐานะเครื่องพิมพ์แบบสแตนด์อโลน (Standalone) สำหรับใช้กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยมาแทนที่เครื่องแบบหัวเข็ม และอิงค์เจ็ท แต่ในปัจจุบันนี้ มักนิยมเชื่อมต่อกับ เครือข่ายท้องถิ่น (LAN) เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันภายในแผนก หรือบริษัท
นอกจากนี้ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ในขณะนี้ มักผลิตมาให้เป็นอุปกรณ์แบบมัลติฟังก์ชัน ที่มีความสามารถแบบครบครัน รองรับการพิมพ์, สแกน, ถ่ายเอกสาร และส่งแฟกซ์ หรือที่เราเรียกกันว่าเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน (Multifunction Printer (MFP)) สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ จากชื่อรุ่น โดยผู้ผลิตจะใส่คำว่า "MFP" หรือ "MFC" (Multifunction Center) ไว้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อรุ่นเครื่องพิมพ์
เครื่องพิมพ์เลเซอร์เป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้งานกันทั้งในสำนักงาน และที่บ้าน (Home Office)โดยการเชื่อมต่อภายในสำนักงานส่วนใหญ่มักใช้การเชื่อมต่อผ่าน สาย Ethernet ในขณะที่หากเป็นที่บ้าน หรือธุรกิจขนาดเล็ก อาจใช้ระบบ ไวไฟ (Wi-Fi) ในการเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์ กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ Wi-Fi ยังถูกใช้เพื่อเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน กับเครื่องพิมพ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสั่งพิมพ์จากอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Printing) อีกด้วย
เครื่องพิมพ์เลเซอร์สามารถพิมพ์ได้ทั้งแบบ "ขาว-ดำ" และ "สี" อย่างไรก็ตาม เครื่องพิมพ์เลเซอร์สี จะมีราคาสูงกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาว-ดำ อยู่พอสมควร
สำหรับการทำงานของเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะมีขั้นตอนโดยสังเขป ดังต่อไปนี้
ภาพจาก : https://www.techtarget.com/whatis/definition/laser-printer
การเลือกซื้อเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่เหมาะสมกับความต้องการ นอกจากราคา, การรับประกันแล้ว และบริการหลังการขายแล้ว คุณสมบัติสำคัญที่ควรพิจารณารวมด้วยมีดังนี้
เครื่องพิมพ์เลเซอร์สำหรับการใช้งานส่วนบุคคล จะเหมาะสำหรับการพิมพ์เฉลี่ย 200 หน้า ต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นรุ่นระดับล่าง ปัจจุบันนี้ ราคาเริ่มต้นไม่แพงมาก ประมาณสองพันต้น ๆ ก็สามารถหาซื้อได้แล้ว รุ่นเริ่มต้นจะสามารถพิมพ์ได้ประมาณ 20 ถึง 25 หน้า ต่อหนึ่งนาที (ppm)
แต่หากใช้งานหนัก ต้องการพิมพ์เฉลี่ย 1,000 หน้า ต่อสัปดาห์ ก็ควรต้องใช้เครื่องพิมพ์ระดับ Workgroup ซึ่งจะมีความเร็วในการพิมพ์สูงขึ้น สามารถพิมพ์ได้สูงสุด 55 หน้าขึ้นไป ต่อหนึ่งนาที ราคาอยู่ก็เริ่มต้นที่ประมาณสองหมื่นบาท
และสำหรับการพิมพ์ระดับสำนักพิมพ์เชิงพาณิชย์ ที่ต้องการพิมพ์มากกว่า 50,000 หน้า ต่อสัปดาห์ เครื่องพิมพ์ประเภทนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง และสามารถพิมพ์ได้ตั้งแต่ 75 หน้า ไปจนถึงหลายร้อยหน้า ต่อหนึ่งนาที ราคาก็จะแตะหลักแสน โดยมันสามารถพิมพ์งานได้แบบ 24/7
ความละเอียดมาตรฐานในเครื่องพิมพ์เลเซอร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้คือ 600 จุดต่อนิ้ว (DPI) ซึ่งเพียงพอสำหรับการพิมพ์งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน รวมถึงงานสิ่งพิมพ์ขนาดเล็ก ในขณะที่เครื่องพิมพ์สำหรับงานระดับสูงอาจมีความละเอียดสูงได้ถึง 2,400 dpi อย่างไรก็ตาม เครื่องพิมพ์เลเซอร์ราคาประหยัดบางรุ่นยังคงใช้ความละเอียด 300 dpi ซึ่งอาจทำให้เกิดเส้นหยักตามขอบของการพิมพ์ได้
ปัจจุบันนี้ ในเครื่องพิมพ์ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีปรับปรุงความละเอียด (Resolution Enhancement Technology (RET)) เพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดย RET จะเพิ่มจุดขนาดเล็กที่ขอบของเส้น และทำให้ขอบที่หยาบดูเรียบขึ้น แม้ว่า RET จะไม่ช่วยเพิ่มความละเอียดของภาพ แต่ทำให้เอกสารที่พิมพ์ออกมาดูดีขึ้น หากเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ที่มีความละเอียด 300 dpi ควรตรวจสอบว่าเครื่องพิมพ์นั้นมีเทคโนโลยี RET ด้วย
ในการทำงานของเครื่องพิมพ์มันจะมีภาษามาตรฐานของมันอยู่ ภาษา Printer Control Language (PCL) เป็นภาษามาตรฐานที่ใช้สำหรับเครื่องพิมพ์ของ Hewlett Packard และเครื่องพิมพ์เลเซอร์อื่น ๆ ที่รองรับระบบ HP-Compatible โดย PCL ถูกนำมาใช้ในการพิมพ์เอกสาร เช่น จดหมาย, ผลลัพธ์จากฐานข้อมูล, ตารางคำนวณ และกราฟิกพื้นฐาน
แล้วก็จะมีเครื่องพิมพ์แบบ Postscript ที่จะใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์สำหรับการจัดพิมพ์บนเดสก์ท็อป (Desktop Publishing) เครื่องพิมพ์ Postscript มักมีราคาสูงกว่า และนิยมใช้สำหรับการพิมพ์ภาพความละเอียดสูงเป็นหลัก
ทั้งนี้ เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ที่ใช้ PCL สามารถอัปเกรดไปทำงานแบบ Postscript ได้ ด้วยการติดตั้ง ไดรเวอร์ (Driver) จากผู้ผลิต
ภาพจาก : https://www.inkjetwholesale.com.au/blog/printer-education/difference-pcl-postscript-drivers/
การจัดการกระดาษถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เมื่อต้องเลือกซื้อเครื่องพิมพ์เลเซอร์ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ส่วนใหญ่รองรับกระดาษขนาดซองจดหมาย (8.5 x 11 นิ้ว) และกระดาษขนาด A4 ส่วนเครื่องพิมพ์ที่ใช้สำหรับการผลิตระดับสูงจะใช้กระดาษแบบต่อเนื่อง
เครื่องพิมพ์เลเซอร์สามารถพิมพ์บนวัสดุได้หลากหลายชนิด เช่น แผ่นสติกเกอร์ใส, ฉลากกาว และบัตร เครื่องพิมพ์เลเซอร์บางรุ่นรองรับการพิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ สามารถพิมพ์ด้านหนึ่งของกระดาษ จากนั้นก็พลิกกระดาษ และพิมพ์อีกด้านโดยอัตโนมัติ
เมื่อเปิดใช้งานเครื่องพิมพ์เลเซอร์เป็นครั้งแรก เครื่องจะต้องใช้เวลาในการอุ่นตัวหลอม (Fuse) ให้ถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมในการทำงาน หากเครื่องพิมพ์อยู่ในโหมดสแตนด์บาย หรือถูกปิดระหว่างงานพิมพ์ โดยอาจใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 15 นาทีในการอุ่นตัว ซึ่งช่วงเวลารอคอยนี้อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมได้
นอกจากนี้ First Page Out Time (FPOT) ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือกเครื่องพิมพ์ FPOT หมายถึงระยะเวลาที่ใช้ในการพิมพ์หน้าแรกของงานพิมพ์ เมื่อเครื่องพิมพ์เลเซอร์ได้รับข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เพื่อเริ่มงานพิมพ์ใหม่ เครื่องจะใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 30 วินาที ในการเตรียมตัวพิมพ์งานใหม่
IBM ได้เปิดตัว IBM 3800 เครื่องพิมพ์เลเซอร์เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2518) เพื่อใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์เมนเฟรม (คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้ในองค์กรเพื่อประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่)
ภาพจาก : https://www.historyofinformation.com/image.php?id=2541
ต่อมาในปี ค.ศ. 1984 (พ.ศ. 2527) บริษัท Hewlett-Packard ได้ปฏิวัติโลกเทคโนโลยีการพิมพ์แบบเลเซอร์ด้วยเครื่องพิมพ์ HP LaserJet รุ่นแรก ซึ่งมีขนาดกะทัดรัด, รวดเร็ว, เชื่อถือได้ และมีราคาที่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ นับตั้งแต่นั้นมา เครื่องพิมพ์เลเซอร์มีราคาลดลง และคุณภาพของอุปกรณ์ รวมถึงการพิมพ์ก็เพิ่มสูงขึ้น โดยมีคู่แข่งสำคัญ เช่น Brother, Canon, Lexmark และ Xerox
ภาพจาก : https://www.hp.com/hpinfo/abouthp/histnfacts/museum/imagingprinting/0018/index.html
|
แอดมินสายเปื่อย ชอบลองอะไรใหม่ไปเรื่อยๆ รักแมว และเสียงเพลงเป็นพิเศษ |